| ชัจจ์เผยมีความขัดแย้งภายในวางยาทำรถไฟตกราง |
| ข่าวด่วน |
สั่งสอบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษตามลำดับชั้น เชื่อมั่น อุบัติเหตุเกิดจากปัญหาขัดแย้งภายในองค์กรหวังดิสเครดิตผู้ว่ารฟท. "ลั่น"หากพบผู้กระทำผิดเป็นคนในและเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร โทษสูงสุดตามกฎหมายถึงอาญา
เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ของวันที่ 28พ.ค.2555 นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้นำนายประกิจ อะระซ๊าต พนักงานช่างเครื่อง และนายสมเกียรติ กิจโสภี พนักงานขับรถมาเปิดแถลงข่าวที่กระทรวงคมนาคม กรณีรถไฟขบวนด่วนนครพิงค์ เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ ตกรางกลางป่าหลังหมู่บ้านหนองหล่ม หมู่ 8 ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เมื่อเวลา 18.40 น. ของวันที่ 26 พ.ค. โดยนายยุทธนากล่าวว่า พนักงานขับรถและพนักงานช่างเครื่อง ไม่ได้ดื่มสุรา หรือของมึนเมาระหว่างปฏิบติหน้าที่จนเป็นสาเหตุให้รถไฟตกราง ตามที่สื่อบางแห่งนำเสนอ ซึ่งการนำเสนอข่าวที่คาดเคลื่อนลักษณะดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ของร.ฟ.ท. เสียหาย และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนผู้ใช้บริการมาก ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจากการเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเบื้องต้น ได้ตั้งประเด็นไว้2สาเหตุคือ1.มาตรฐานรางรถไฟมีปัญหา และ2.มีการสร้างสถานการณ์โดยมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง "จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบข้อน่าสงสัยแปลกๆหลายอย่าง เช่น รางบริเวณดังกล่าวถูกดันออกจากระดับรางปกติไปไกลถึง 8-10 เมตร โดยเหล็กประกบรางและน็อตก็หายไป ซึ่งตามปกติเหล็กประกบรางจะหลุดออกได้ จะต้องมีผู้ชำนาญการนำเครื่องมือเฉพาะมาทำการถอดจึงจะสามารถถอดให้หลุดออกมาได้ แต่หากเป็นกรณีของรางชำรุดหลุดออกเองก็เป็นไปได้เช่นกัน ซึ่งต้องสอบสวนฝ่ายโยธาต่อไปว่าเกิดปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาฝ่ายโยธาได้ทำการตรวจสอบสภาพรางรถไฟสายเหนือย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าสภาพรางเป็นไปตามมาตรฐาน ผมจึงมั่นใจว่าปัญหาความร้อนไม่น่าจ ะใช่สาเหตุที่ทำให้รางดุ้งขึ้น จนเป็นสาเหตุรถไฟตกราง คาดว่าจะสามารถสรุปผลการสอบสวนสาเหตุได้ภายใน 1 สัปดาห์ "นายยุทธนากล่า ว นายสมเกียรติ กิจโสภี พนักงานขับรถขบวนดังกล่าว ว่าก่อนปฏิบัติหน้าที่และขณะปฏิบัติหน้าที่ตนเองและช่างเครื่องที่เดินทางด้วยกันไม่มีการเสพสุราของมึนเมาแน่นอน "ผมได้ขับรถออกจากสถานีเชียงใหม่เวลาประมาณ 17.55 น. ด้วยความเร็วมาตรฐานปกติที่ 65กิโลเมตรต่อชั่วโมง พอเคลื่อนตัวมาได้ประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ได้ทดสอบห้ามล้อซึ่งก็ใช้งานได้ตามปกติ หลังจากรถแล่นมาถึงสถานีลำพูนซึ่งเป็นสถานีแรก ก็จอดรถได้ตามปกติ จากนั้นก็ขับขึ้นเขาด้วยความเร็ว 60กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในช่วงที่วิ่งลงเขาได้ลดความเร็ว เหลือต่ำสุด 30กิโลเมตรต่อชั่วโมง และปล่อยให้รถค่อยๆวิ่งลงเขา โดยมีที่ความเร็วประมาณ60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งยังต่ำกว่าความเร็วมาตรฐานที่กำหนด จากนั้นได้ยินเสียงสะดุดใต้ท้องหัวรถจักรสองครั้ง ทำให้ตัวรถไถลออกไปอีก130 เมตร"นายสมเกียรติ กล่าว นายประกิต อาระซ็าด พนักงานช่างเครื่องกล่าวว่าเป็นมุสลิมไม่เสพสุราของมึนเมาเด็ดขาด และเห็นว่าการที่สื่อบางแห่งให้ข่าวว่า ตนและช่างเครื่องเสพสุรานอกจากจะสร้างความเสื่อมเสียให้กับตนและยังสร้างความเสียหายกับองค์กรและทำให้การให้บริการของ รฟท.ขาดความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค ส่วนที่มีการอ้างว่าพบเห็นขวดเบียร์ในที่เกิดเหตุนั้น ปก ติเบียร์และสุรามีจำหน่ายในตู้เสบียงของทุกขบวน ซึ่งนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางสามารถหาซื้อได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากมีขวดเบียร์ใกล้ที่เกิด พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่า ได้มีเหตุการณ์รถไฟตกรางบ่อยครั้งสาเหตุทั้งหมดนั้นก็เกิดจากพนักงานรถไฟ มีความบกพร่อง ในการปฎิบัติหน้าที่ ทั้งในเรื่องของการตรวจตรา ตรวจสอบ อุปกรณ์ เครื่องยนต์ รวมถึง ระบบรางระบบอาณัติสัญญาณ รวมถึงคนขับรถไฟเองก็จะต้องมีความพร้อมในการทำงาน โดยในวันนี้(29พ.ค.)ได้สั่งการให้ กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.).สำนักนโยบายและแผนการขนส่งละจราจร(สนข.) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุม รวมถึงบทลงโทษเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์รถไฟตกรางเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ในการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการควบคุมป้องกัน การปฎิบัติหน้าที่เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุนั้น จะพิจารณาว่ามีระเบียบข้อบังคับ รวมถึงบทลงโทษกับเจ้าหน้าที่ทีกระทำผิดอย่างไรบ้าง หากระเบียบข้อบังคับใดมีความล่าช้าไม่ทันสมัยก็ให้มีการปรับให้เหมาะกับยุคสมัยในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่า เหตุการร์ที่เกิดขึ้นทาง รฟท. จะต้องมีการสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นที่แท้จริง รวมถึงให้มีการลงโทษตามระดับชั้นผู้กระทำผิดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รถไฟตกรางอีก พล.ต.ทชัจจ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า กรณีรถไฟตกรางที่ จ.ลำพูนครั้งนี้มีสาเหตุเนื่องมาจาก ปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กร ในเรื่องนี้ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้มาก และอาจจะมีการลักลอบดำเนินการบางอย่างเพื่อดิสเครดิตฝ่ายบริหารกันเอง อย่างไรก็ตามยืนยันว่าหากมีการขัดแย้งส่วนตัวแล้วมากระทบองค์กรทำให้เกิดความเสียหาย ทางฝ่ายบริหารที่มีอำนาจสั่งากรจะต้องมีการสอบสวนและหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ หากสอบสวนแล้วพบว่ามีเจตนา โทษก็อาจจะลงอาญาแน่ๆ |