กลุ่มจีอีได้เสนอขายหุ้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยาส่วนที่เหลือทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมดที่อยู่ ให้กับธนาคารไทยพาณิชย์ ดันขึ้นสถานะใหญ่เป็นอันดับ 1 ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มธุรกิจการเงินรายใหญ่สัญชาติอเมริกันที่ช่ือ จีอี แคปิตอล โฮลด้ิง คอร์ปอเรช่ัน จำกัด ว่า หลังจากที่กลุ่มจีอี ได้ทำการขายหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ที่ถืออยู่ในมือในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดที่มีสัดส่วนอยู่ 32.9%ให้แก่กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ประเภทสถาบันในแบบเฉพาะ เจาะจงเม่ือวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยขายไป 7.6% วงเงินรวม 17,000 ล้านบาท ผ่านการจัดจำหน่ายของวาณิชธนกิจใหญ่สัญชาติเดียวกันคือ มอร์แกน สแตนเลย์ นั้น
ปรากฏช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มจีอี ได้นำหุ้นที่ยังคงถืออยู่ในธนาคารกรุงศรีอยุธยาอีก 25.3% ไปเสนอขายแก่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินรายใหญ่ของไทยหลายแห่ง พร้อมเสนอโมเดล ควบรวมกิจการกันระหว่างธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ ซึ่งหน่ึงในธนาคารที่กลุ่มจีอีได้เสนอขายหุ้นที่เหลืออยู่ทั้งหมดก็คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มจีอี ได้เสนอขายหุ้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยาส่วนที่เหลือทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมดที่อยู่ ตามกลยุทธ์ที่ได้มีการทำข้อตกลงไว้กับ มอร์แกน สแตนเลย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้คำม่ันสัญญาว่า หลังจากที่ขายหุ้นจำนวน 7.6% ให้แก่นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงไปแล้ว กลุ่มจีอีจะไม่ขายหุ้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเพ่ิมอีกภายในเวลา 180 วันเว้นแต่จะตัดสินใจขายทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมดดังที่มีกระแสข่าวออกมา
สำหรับโมเดลธุรกรรมทางการเงินที่กลุ่มจีอีนำเสนอแก่ผู้บริหารระดับสูงของ ธนาคารไทยพาณิชย์ ก็คือ ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ ซื้อหุ้นจำนวน 25.3% ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่กลุ่มจีอีถืออยู่ เพื่อให้ธนาคารไทยพาณิชย์ มีขนาด และสถานะใหญ่เป็นอันดับ 1 ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย
จากปัจจุบันที่ธนาคารไทยพาณิชย์มีขนาดของสินทรัพย์ 2.06 ล้านล้านบาท เงินฝาก 1.5 ล้านล้านบาท และสินเช่ือ 1.4 ล้านล้านบาท รวมเป็นมูลค่า 4.8 ล้านล้านบาท ใหญ่ป็นอันดับ 3 ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีสินทรัพย์ 957,679 ล้านบาท มีเงินฝาก 677,120 ล้านบาท และมีสินเช่ือ 668,278 ล้านบาท มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของธนาคารทั้งระบบ
ทั้งนี้ ข้อเสนอที่ให้มีการควบรวมกิจการกันนั้นการจะตัดสินใจดำเนินการใดๆ เพ่ือการควบรวมกิจ การกันดังกล่าว อันดับแรกผู้บริหารระดับสูงของธนาคารไทยพาณิชย์ต้องหารือกับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่อีกรายซ่ึงก็คือกลุ่ม ของนายกฤต รัตนรักษ์ ซ่ึงยังถือหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยาอยู่ราว 25% เพ่ือให้ความเห็นชอบด้วย หาไม่ โมเดลทางธุรกิจนี้ อาจทำให้ธนาคารทั้งสองแห่งนี้กลายเป็นปรปักษ์ต่อกัน
ผู้ส่ือข่าวรายงานด้วยว่า นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ ได้พยายามขอนัดนายฤกต รัตนรักษ์ ผ่านคนใกล้ชิดในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่ได้รับคำตอบจากนายกฤต ขณะเดียวกัน บรรดานายธนาคารต่างๆ ให้ความเห็นว่า ถ้ากลุ่มจีอีผลักดันให้เกิดการควบรวมกิจการกันได้ ธุรกรรมนี้ก็จะจัดเป็นธุรกรรมการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะจะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลหลายแสนล้านบาท
มีรายงานด้วยว่า ล่าสุด นายวิชิต ได้เจรจาต่อรองกับจีอีแคปปิตอล ให้มีการควบรวมระหว่างธนาคารไทยพา ณิชย์และธนาคารศรีอยุธยาพร้อมให้มีการแลกหุ้นระหว่างกัน แต่กลุ่มจีอีแคปปิตอลปฎิเสธเงื่อนไขนี้เนื่องจากต้องการ เงินสดจากการขายหุ้นและไม่ต้องการถือหุ้นธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยอีก กรณีนี้ทำให้กลุ่มจีอีหันไปเสนอขายหุ้นในมือตนให้แก่ธนาคารซีไอเอ็มบี ซ่ึงขณะนี้ผู้บริหารระดับสูงของซีไอเอ็มบีแบงก์ก็กำลังศึกษาโมเดลธุรกิจนี้อยู่ |