หน้าแรก ข่าวอสังหาริมทรัพย์
ข่าวอสังหาริมทรัพย์



hwdVideoShare can not load until the following directory has been made writeable:
/home/itforsme/domains/economicthai.com/public_html/cache/hwdvsdefault
Ensure all your Joomla Cache Directory Permissions are writeable before attempting to use hwdVideoShare
น้ำท่วมทำตลาดบ้านมือสองซบเซายอดขายหด30%
อสังหาริมทรัพย์
HOME_4นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แนะรัฐบาลช่วยปล่อยกู้ซ่อมแซม-ลดค่าต๋งโอนกรรมสิทธิ์

นพ.สม ศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดบ้านมือสอง ว่า ก่อนจะมีเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ธุรกิจบ้านมือสองขยายตัวทุกปี โดยยอดขายเติบโตประมาณร้อยละ 10-15 แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ส่งผลให้ธุรกิจบ้านมือสองชะลอการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากยอดขายบ้านหดตัวประมาณร้อยละ 30 เพราะบ้านที่สนอขายในตลาดส่วนใหญ่อยู่ในทำเลน้ำท่วม ส่งผลต่อจิตวิทยาของผู้บริโภค โดยคาดว่าแนวโน้มของตลาดจะซบเซาต่อเนื่อง ไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2555 และคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 เพราะสินค้าน่าจะฟื้นฟูเกือบทั้งหมด

นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ยังกล่าวว่า จากนี้ไปภาครัฐควรจะมีนโยบายช่วยธุรกิจบ้านมือสอง โดยสมาคมฯ เสนอแนวทางในการช่วยเหลือ เช่น การให้เงินกู้เพื่อซ่อมแซมบ้านดอกเบี้ยร้อยละ 0 เป็นเวลา 3 ปี รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และขยายมาตรการให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถนำร้อยละ 10 ของราคาบ้านไปใช้ลดภาษีรายได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลา 5 ปี เช่นเดียวกับบ้านใหม่เนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะมีบ้านมือหนึ่งถูกบอกขายเป็น บ้านมือสองเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีบ้านมือสองอยู่แล้วหลายแสนหน่วย

 
ดร.โกร่งขอหอการค้าวางใจแผนบริหารจัดการน้ำ
อสังหาริมทรัพย์
Veerapong_Ramangkul"วีระพงษ์"ชี้จะบริหารจัดการน้ำให้เสร็จใน 12 เดือน ตั้งหน่วยงานกลางมาบริหารจัดการ ใช้คอมพิวเตอร์คุมประตูน้ำแทนคน พร้อมปลุกผีโครงการเขื่อน"แก่งเสือเต้น"

นายวีระพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) กล่าวปาฐถาเรื่อง "รวมพลังก้าวผ่านวิกฤติอุทกภัย สร้างอนาคตเศรษฐกิจไทย" ว่า สิ่งที่ไทยจะต้องทำเพื่อเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะแบ่ง 2 มาตรการ คือแผนเฉพาะหน้า ที่จะต้องทำให้เสร็จภายใน 12 เดือนข้างหน้า เริ่มจากการจัดตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพราะที่ผ่านมาไทยมีหลายหน่วยงานที่ดูแลเรื่องน้ำแบบต่างคนต่างทำ ทั้งรัฐบาล กรุงเทพมหานคร องค์กรส่วนท้องถิ่น และอาจจะต้องมีการปรับแก้กฎหมาย เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

รวมถึงการพัฒนาระบบป้องกันและเทคโนโลยีให้ทันสมัยตามประตูน้ำต่างๆให้ใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมแทนคน ถ้าหากมีการดำเนินมาตรการเหล่านี้เสร็จแล้ว ควรมีการจัดซ้อมใหญ่ปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจสอบระบบการจัดการน้ำว่าได้ผลหรือไม่ เพื่อหาทางรับมือให้ทัน เพราะที่ผ่านมาบางครั้งเครื่องสูบน้ำมีแต่หน้ากากแต่ไม่มีเครื่อง และคันดินที่ควรจะมี 3 เมตรครึ่ง ก็เหลือ 2 เมตร สิ่งเหล่านี้ต้องแก้ไข

สำหรับแผนระยะยาว ถึงเวลาแล้วที่ไทยจะต้องลงทุนขนานใหญ่ เพื่อพัฒนาระบบน้ำให้เพียงพอต่อการใช้ทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะมีการนำเอกสารจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจกา) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพัฒนา ซึ่งจะแบ่งการดูแลน้ำเป็น 3 ตอน คือตอนบนจะมีการทบทวนการจัดทำโครงการแก่งเสือเต้น เพราะเป็นช่องโหว่ของแม่ยม ที่ทำให้เกิดภัยแล้งและน้ำท่วม และดูเรื่องการปลูกป่า การทำแก้มลิง ส่วนลุ่มน้ำตอนกลางจะมีการพัฒนาการสร้างพื้นที่หรือโครงสร้างรองรับน้ำให้เพียงพอ ส่วนตอนใต้ซึ่งรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องมีการสร้างทางน้ำไหล เพื่อผันน้ำออกตะวันออก และตะวันตกไปแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำบางปะกง ลงสู่ทะเลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่อาจต้องมีชุมชมที่ต้องเสียสละรับน้ำ ซึ่งรัฐบาลควรมีมาตรการเยียวยาชดเชยให้เหมาะสม

นอกจากนี้ การดูแลนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ภาคเอกชนควรมีการลงทุนในการสร้างระบบป้องกันน้ำรวมถึงนิคมอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงจะถูกน้ำท่วมในอนาคตก็ควรลงทุนด้วยเช่นกัน โดยจะมีการจัดหาเงินกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งทางธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) และธนาคารออมสิน จะเป็นผู้ดูแล แต่จะต้องสร้างให้สอดคล้องกับมาตรฐานของไจก้า และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ขณะเดียวกันควรพิจารณาจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำเพื่อประชาชน ให้ประชาชนสามารถติดตามการไหลของน้ำและเตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที

ส่วนการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อลงทุนแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลนั้น จะมีการตั้งคณะกรรมการ โดยมีนายวิษณุ เครืองาม ขึ้นมาดูแล โดยแนวทางภาครัฐเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด และเน้นหาเงินกู้จากในประเทศเป็นหลัก เพราะไทยมีเงินออมและเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงมากเกินความจำเป็น แต่หากจำเป็นต้องกู้เงินจากต่างประเทศ ก็ไม่มีปัญหา เพราะไทยมีสัดส่วนหนี้ต่างประเทศแค่ 2% ของจีดีพีเท่านั้น และหลายประเทศก็พร้อมให้สนับสนุนเงินกู้อยู่ ขณะที่ปัญหาหนี้สาธารณะที่มี 41% ของรายได้ ครึ่งหนึ่งเป็นหนี้จากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่โอนมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งกำลังเจรจาให้โอนหนี้กลับคืนไป เพราะธปท.สามารถนำรายได้จากถือครองทุนสำรองประเทศมาบริหารจัดการได้

นายวีรพงษ์ กล่าวต่อไปว่า การบริหารจัดการน้ำ ยืนยันว่าจะเป็นเรื่องถาวร ไม่ใช่มาแล้วก็ไป เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องระดับชาติ ไม่ใช่นโยบายจากพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งขณะนี้แผนแม่บทที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ดูแลนั้น ได้จัดทำแผนแม่บทเสร็จแล้ว เหลือแค่ลงรายละเอียดเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาน้ำระยะยาว

 
สมาคมนายหน้าอสังหาฯแนะอย่าใจร้อนขายบ้านทิ้ง
อสังหาริมทรัพย์
House_flood__2หวั่นบ้านถูกน้ำท่วมอาจจะถูกกดราคามาก 10-20% แนะเก็บบ้านไว้ก่อนประมาณ 5-6 เดือนหลังน้ำลด ให้เหตุการณ์คลี่คลาย ชี้ทำเลดีไม่ต้องกังวลราคาตก

นายแพทย์สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า หลังน้ำลดคาดว่าความเคลื่อนไหวของราคาที่ดินหลายแห่งจะมีการปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในเขตที่น้ำท่วมมาก และท่วมขังนานอาจจะลดลง ดังนั้น หากเจ้าของบ้านในบริเวณดังกล่าวคิดจะขายบ้านทิ้ง โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งจะเริ่มผ่อนบ้านไปได้เพียง 5% ส่วนผู้ที่ผ่อนไปแล้วประมาณ 10% อาจอยู่ระหว่างตัดสินใจ ตนมีข้อเสนอแนะว่า อย่าเพิ่งรีบขาย เพราะอาจจะถูกกดราคามาก 10-20% ควรจะเก็บบ้านไว้ก่อนประมาณ 5-6 เดือนหลังน้ำลด ให้เหตุการณ์น้ำท่วมต่าง ๆ คลี่คลายไปก่อน

รวมถึงผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้ขายเก็งกำไร หากที่อยู่อาศัยตั้งอยู่ในทำเลที่ดีอยู่แล้ว แม้จะถูกน้ำท่วม ไม่ต้องกังวลว่า ราคาที่ดินจะตกมาก ตนเชื่อว่า หากตั้งอยู่ในทำเลที่ดี คงขายได้ราคา แต่ราคาคงไม่ขึ้นมากอยางที่คาดหวังหรือเก็งกำไรไว้

"ผมคิดว่าหลังน้ำลดคงมีคนอยากขายบ้านทิ้งมาก ขณะเดียวกันจะมีผู้ที่พร้อมจะช้อนซื้อบ้านราคาถูก ๆ เช่นเดียวกัน ดังนั้น คนขายต้องคิดว่าทำอย่างไรจะไม่ให้ถูกต่อราคา หรือกดราคามาก 10-20% เหมือนตอนเกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่จังหวัดภูเก็ต คิดว่าจะมีคนขายทิ้งอสังหาริมทรัพย์กันมาก ขณะเดียวกันก็มีผู้เตรียมช้อนซื้อ แต่ปรากฎว่าเอาเข้าจริง ไม่ได้มีคนขายทิ้งอะไรมากมาย เพราะหลายคนคิดเหมือนกันว่า เหตุการณ์สึนามิไม่ได้เกิดขึ้นกันง่าย ๆ

เหตุการณ์น้ำท่วมเช่นกัน สาเหตุเกิดจากการบริหารน้ำผิดพลาด ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นบ่อย เป็นสิ่งที่บริหารจัดการ และป้องกันได้ ตอนนี้เจ้าของโครงการหลายหมู่บ้านต่างจัดทำแผนป้องกันโครงการของตัวเอง โดยเฉพาะโครงการใหม่ ๆ ที่กำลังจะเปิดขาย ขณะเดียวกันหลายคนรอดูแผนงานระยะยาวในการบริหารจัดการน้ำ และแนวทางการป้องกันน้ำของรัฐบาลในอนาคต หากรัฐบาลมีแผนบริหารจัดการที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้กลับมา ภาพรวมทุกธุรกิจจะฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์"นายแพทย์สมศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทางสมาคมที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดได้มีการหารือร่วมกัน และจะทำหนังสือผ่านทางหอการค้าแห่งประเทศไทยนำเสนอไปยังรัฐบาล ให้มีการออกมาตราการผ่อนคลายทางด้านการเงิน และช่วยเหลือในเรื่องค่าโอน ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อช่วยเยี่ยวยาเจ้าของบ้าน และที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบ

 
สมาคมก่อสร้างหวั่นช่างสมัครเล่นแห่ซ่อมบ้านหลังน้ำลด
อสังหาริมทรัพย์
House_floodห่วงซ่อมไม่ได้มาตรฐาน-โก่งราคา-ทิ้งงานจนซ้ำเติมชาวบ้าน เล็งส่งสถาปนิกช่วยประเมินราคาซ่อม พร้อมแนะผู้รับเหมาดี

นายจักรพร อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการสถาบันก่อสร้างแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถาบันฯอยู่ระหว่างการจัดวิศวกรและสถาปนิก ที่เชี่ยวชาญมาแนะนำซ่อมแซมบ้าน รวมถึงแนะนำรายชื่อผู้รับเหมาที่มีมาตรการให้กับประชาชนที่ถูกน้ำท่วมจนเสียหาย เนื่องจากเป็นห่วงว่าหลังจากน้ำลดแล้วจะมีช่างสมัครเล่นเข้ามารับงานซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับการซ่อมแซมที่ไม่ได้มาตรฐาน การทิ้งงาน การประเมินราคาที่สูงความจริง รวมถึงกรณีการติดตั้งระบบไฟฟ้าหากไม่มีชำนาญจะเกิดอันตรายต่อชีวิตของเจ้าของบ้านได้

"การเร่งซ่อมแซมบ้านพร้อมๆกันของประชาชนจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนช่างที่ชำนาญได้ ซึ่งเป็นห่วงว่าต่อไปคนที่มีความสามารถแค่ตอกตะปูจะทำหน้าที่เป็นช่างก่อสร้าง ส่วนคนที่เป็นช่างก่อสร้างก็จะแปรสภาพมาเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเสียเอง ซึ่งหากเป็นแบบนี้ ประชาชนก็อาจได้ช่างที่ไม่มีความชำนาญในการซ่อมแซมบ้านที่ถูกน้ำท่วม เพราะต้องใช้ฝีมือในการปรับปรุงสภาพบ้านค่อนข้างสูงกว่าการก่อสร้างบ้านในเวลาปกติ เพราะเป็นการซ่อมใหญ่ที่ต้องใช้ฝีมือในการแก้ไขระบบไฟฟ้า ระบบประปา การทำพื้นบ้านใหม่ ฯลฯดังนั้นสถาบันฯจะนำผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินราคาการซ่อมแซมในราคาที่ชาวบ้านไม่ถูกเอาเปรียบ หรือชี้แนะเกี่ยววิธีซ่อม และแนะนำบัญชีรายชื่อของผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีประวัติดีที่จะเข้าไปซ่อมแซมป้องกันการถูกหลอกลวงเรียกค่าซ่อมบ้านที่แพงผิดปกติ เพราะจำนวนช่างขาดแคลน"

ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์มีประมาณ 60,000 ราย และมีแรงงานในระบบ 2.5 ล้านคน แต่สถาบันก็ ก็ไม่มั่นใจว่าแรงงานและช่างทั้งหมด จะมีมาตรฐานหรือไม่ ทำให้สถาบันต้องเร่งออกใบรับรองมาตรฐานฝีมือช่างก่อสร้าง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่ต้องการสร้างบ้าน รวมถึงการผลักดันให้ผู้ที่ได้รับมาตรฐานสามารถออกไปทำงานในต่างประเทศได้

นายจักรพร กล่าวว่า สถาบันฯ มีแผนที่จะเป็นตัวกลางหรือรับรองให้ ธนาคารพาณิชย์ พิจารณาปล่อยสินเชื่อเฉพาะผู้รับเหมาก่อสร้างหรือผู้พัฒนาโครงการต่างๆที่เกี่ยวกับการก่อสร้างให้ง่ายขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้รับเหมาสามารถรับงานได้ง่ายๆ โดยเฉพาะผู้รับเหมาก่อสร้างไทยที่จะไปประมูลงานในประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น การสร้างเขื่อนในลาวที่กว่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมาต้องใช้ระยะเวลานาน ซึ่งหากขาดสภาพคล่อง ก็จะมีอุปสรรคต่อการประมูลงานเช่นกัน

"สถาบันฯยังอยู่ระหว่างการศึกษาการจัดตั้งธนาคาร ที่ให้สินเชื่อเฉพาะภาคการก่อสร้าง เพราะจะมีประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ โดยในเรื่องนี้มีหลายประเทศได้ดำเนินการและประสบความสำเร็จมาแล้ว แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ก็มีธนาคารดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งหากประเทศสามารถทำได้ ก็จะเป็นเรื่องดี สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดเล็กและขนาดกลางในอนาคต"

ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการสถาบันก่อสร้างแห่งประเทศไทย(บอร์ด) มีแผนที่จะยกร่างและผลักดันพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งานก่อสร้างเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ภาคเอกชน ขณะเดียวกันสถาบันฯ จะจัดทำมาตรฐานและการสอบขึ้นทะเบียนบุคลากรก่อสร้างในระดับอาเซียน ภายใต้กรอบมาตรฐานของสภาอาเซียนก่อสร้าง (เอซีเอฟ) ซึ่งครอบคลุมใน 8 สาขาได้แก่ งานเหล็ก งานหล่อโลหะ งานก่ออิฐ งานหล่อคอนกรีต งานฉาบกระเบื้อง งานปูกระเบื้อง งานเชื่อมและงานโครงเหล็ก เพื่อป้อนแรงงานที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยผู้บริโภคแก้ปัญหาผู้รับเหมาก่อสร้างทิ้งงานได้

 
น้ำท่วมบ้านจมน้ำ 1 ล้านหลังใน 7 จังหวัด
อสังหาริมทรัพย์
House_flood__2ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ฯ คาดมีบ้านจมน้ำกว่า 1 ล้านหลังใน 7 จังหวัดที่ถูกน้ำท่วม เจ้าของบ้านเดี่ยวช้ำหนักต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 1 แสนบาทซ่อมแซมบ้าน

นาย สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า หลังภาวะน้ำท่วมสิ้นสุดลงแล้ว คาดว่า ที่อยู่อาศัยเฉพาะในโครงการบ้านจัดสรรที่ได้รับความเสียหายน่าจะอยู่ที่ ประมาณ 170,000 หน่วย โดยได้คำนึงแล้วว่ามีโครงการบ้านจัดสรรหลายโครงการที่ถูกน้ำท่วมเพียงบาง ส่วนและบางโครงการได้รับความเสียหายเพียงภายนอกบ้าน ศูนย์ข้อมูลฯ จึงประเมินเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้นับจากหน่วยในผังโครงการ ทั้งหมดที่อยู่ในเขตน้ำท่วม

"จำนวน หน่วยบ้านที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้ เรายังไม่ได้นับรวมบ้านนอกโครงการจัดสรร หรือบ้านที่ประชาชนสร้างเองและบ้านเช่า ซึ่งยังมีอีกหลายแสนหน่วยโดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา ซึ่งหากรวมกันทั้งหมดแล้วจะมีจำนวนสูงถึง 1 ล้านหน่วยใน 7 จังหวัดคือกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาครและพระนครศรีอยุธยา"

นายสัมมา กล่าวว่า แม้พื้นที่น้ำท่วมจะไม่ขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ แต่ก็มีโครงการบ้านจัดสรรหลายโครง การที่ถูกน้ำท่วมหนักไปแล้ว ยังต้องใช้ระยะเวลาในการระบายน้ำและต้องเผชิญภาวะน้ำท่วมต่อไปอีกหลาย สัปดาห์ ซึ่งหากกินระยะเวลานานขึ้นความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะมีมากขึ้นและต้องใช้ เวลาในการฟื้นฟูนานขึ้น โดยบ้านจัดสรรที่มีระดับน้ำท่วมสูงมากและจมน้ำนานกว่า 2 เดือน ต้องใช้เวลาฟื้นฟูซ่อมแซมนานนับเดือนกว่าเจ้าของบ้านจะสามารถกลับเข้าไปอยู่ อาศัยได้ตามเดิม หมายความว่า ต้องใช้เวลานานไปถึงปีหน้า

ส่วน กระบวนการฟื้นฟูและการทำความสะอาดเช่น ฆ่าเชื้อโรคเชื้อรา การซ่อมแซมหรือซื้อหาประตู หน้าต่าง เครื่องปั๊มน้ำ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์ วัสดุปูพื้น วัสดุปูผนัง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้จำเป็นประจำบ้าน สีทาบ้าน เป็นต้น จะทำให้บ้านเดี่ยวที่ถูกน้ำท่วมระดับหัวเข่าขึ้นไปจะมีค่าใช้จ่ายในเรื่อง ดังกล่าวตั้งแต่ 100,000 บาท ขึ้นไป สำหรับบ้านประเภททาวน์เฮาส์ มีค่าใช้จ่ายในไม่กี่หมื่นบาทไปจนถึงถึงหลายหมื่นบาท ทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมีภาระค่าใช้จ่ายมาก ส่งผลถึงความสามารถในการซื้อหา หรือผ่อนชำระค่าที่อยู่อาศัยใหม่ลดน้อยลง ตลาดบ้านจะอยู่ในภาวะซบเซาไปตลอดจนถึงสิ้นไตรมาสแรกปีหน้าเป็นอย่างน้อย

สำหรับผู้บริโภคที่ได้วางเงินดาวน์หรือได้เริ่มต้นผ่อนชำระไปไม่นาน และบ้านที่วางเงินดาวน์หรือซื้อแล้วได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าสูงกว่า จำนวนเงินดาวน์หรือเงินที่ผ่อนชำระไปแล้วมาก ย่อมมีโอกาสสูงที่จะทิ้งดาวน์หรือไม่ผ่อนต่อ แต่หากประมาณมูลค่าความเสียหายไม่สูงเท่าเงินดาวน์หรือเงินกู้ที่ผ่อนชำระไป แล้ว ผู้บริโภคน่าจะเลือกที่จะซ่อมแซมบ้านและอยู่อาศัยต่อไป

ขณะที่ ผู้ประกอบการธุรกิจอสัหาริมทรัพย์นั้น มีผู้ประกอบการหลายรายประกาศเลื่อนการเปิดโครงการที่อยู่อาศัยออกไปจากแผนงานเดิมที่จะเปิดในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ไปเป็นปีหน้าแทน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่โดยปกติจะมีการเปิดโครงการจำนวนมากในปริมณฑล โดยตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ถึงวันที่ 20 พ.ย.54 มีโครงการเปิดขายใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลน้อยมาก โดยมีหน่วยบ้านเปิดขายใหม่เพียง 3,000 หน่วย จากประมาณ 20 โครงการ และมีหน่วยห้องชุดเปิดชายใหม่เพียง 6,000 หน่วย จากอาคารชุดประมาณ 17 โครงการ และตั้งแต่ต้นปี54 เป็นต้นมา (ม.ค.-ต.ค.) รวม 10 เดือนครึ่ง มีหน่วยโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ 37,000 หน่วย และหน่วยห้องชุด 40,000 หน่วย หรือรวมกันประมาณ 77,000 หน่วย ในขณะที่ปี53 ทั้งปีมีหน่วยบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่รวมประมาณ 54,000 หน่วย และหน่วยห้องชุดเปิดขายใหม่รวมประมาณ 66,000 หน่วย หรือรวมกันประมาณ 120,000 หน่วย

 
ปิติพงษ์ชี้แผนเร่งด่วน กยน.เน้นซ่อมก่อนสร้าง
อสังหาริมทรัพย์
Water_Gateเผยงานช่วงเริ่มต้นจะไม่มีโครงการใหญ่โต แต่จะเน้นที่ประสิทธิภาพของงาน ขณะที่ประตูระบายน้ำจะถูกซ่อมไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ส่วนพนังกั้นน้ำ ก็ควรจะมีความถาวรมากกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน

นายปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานคณะอนุกรรมการวางแผนและแก้ไขปัญหาบริหารจัดการการน้ำระยะเร่งด่วนใน 1 ปี ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) เปิดเผยว่า ขอบเขตการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดนี้จะอยู่ที่การวางแผนแก้ไขปัญหาน้ำระยะ สั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมขึ้นอีกก่อนที่จะถึงฤดูฝนปีหน้า หรือถ้ามีปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นก็จะต้องลดความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ให้ เหมือนกับช่วงที่ผ่านมา โดยจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ ตรวจสอบข้อมูล และปัญหา ทั้งการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน หรือการระบายน้ำตามจุดต่างๆ เพื่อซ่อมแซมปรับปรุงไม่ให้มีปัญหา และจะเตรียมหาพื้นที่เพื่อเก็บน้ำไว้ในช่วงที่ฝนตก เพื่อป้องกันไม่ให้มีน้ำไหลเข้าในพื้นที่กทม. และผ่านกทม.มากเกินไป ขณะที่การระบายน้ำในพื้นที่กทม.สู่ทะเล ต้องไปดูว่าเกิดปัญหาอะไร ที่ทำให้ล่าช้า ทั้งฝั่งตะวันออก และตะวันตก

"โครงการ ที่จะทำในช่วงเริ่มต้น คงไม่ใช่โครงการใหญ่โต แต่จะเน้นที่ประสิทธิภาพของงาน โดยเฉพาะเรื่องระบายน้ำที่เป็นปัญหาสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ประตูระบายน้ำทีมีปัญหาบำรุงก็จะถูกชซ่อมไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ส่วนพนังกั้นน้ำ ก็ควรจะมีความถาวรมากกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน"

นายปิติพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการนำกฎหมายเรื่องผังเมืองมาใช้ดูแลแก้ไข สิ่งกีดขวางทางไหลของน้ำ ก็ต้องพิจารณาด้วย หากพบว่าพื้นที่ตรงไหนมีความจำเป็นต้องรื้อถอน ก็สมควรทำ แต่ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรม ที่ขวางทางน้ำการจะรื้อคงยาก เพราะมีการทำมานานแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำ ต้องหาทางป้องกันในระยะต่อไปให้เข้มงวดขึ้น

สำหรับบุคคลที่จะเข้ามาร่วมเป็นคณะอนุกรรมการ นอกเหนือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องน้ำ เช่น กรมชลประทาน และกทม. ก็จะเชิญผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาด้วย โดยมีประมาณ 7-8 คน และจะประชุมอย่างเป็นทางการวันที่ 28 พ.ย.นี้ ซึ่งจะประชุมกับคณะอนุกรรมการจัดทำแผนแม่บทและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ อย่างเป็นระบบ ที่มีนายกิจจา ผลภาษีเป็นประธาน เพื่อข้อสรุปร่วมกันต่อไป

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานกยน. กล่าวว่า ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น การขุดคลองสายใหม่ กสร้างฟลัดเวย์ นั้น กยน.จะให้ความอิสระกับคณะอนุได้ใช้ความคิดตัดสินใจว่าจะทำโครงการอะไรขึ้นมา อย่างเต็มที่ ส่วนการลงทุนก็ควรให้มีผลตอบแทนกลับมาด้วย เช่น หากสร้างคลองก็ให้ดูพื้นที่รอบข้าง ว่าจะสามารถสร้างมอร์เตอร์เวย์ หรือทางรถไฟได้หรือไม่

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2011 เวลา 09:00 น.
 

เริ่มแรกย้อนกลับ12345678ถัดไปสุดท้าย