ช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและต้องการซื้อบ้าน ลดภาระบังคับดาวน์ 5%ออกไป 1 ปี และไปเริ่มใช้ใหม่ปี 2556 ส่วนซื้อคอนโดยังดาวน์ 10% เหมือนเดิม
นายอัชพร จารุจินดา กรรมการคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เพื่อช่วยไม่ให้ประชาชน ซึ่งได้รับผลกระทบน้ำท่วมในขณะนี้ และต้องการซื้อบ้าน มีภาระที่ต้องหาเงินดาวน์ จำนวน 5% ของราคาบ้าน กนส. จึงมีมติเลื่อนการบังคับใช้ เกณฑ์อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value: LTV ratio) สำหรับการให้สินเชื่อหรือให้เงินกู้ยืมเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายต่ำกว่า 10 ล้านบาทลงมา ในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งกำหนด LTV ที่ 95% มีผล 1 ม.ค. 2555 ออกไป 1 ปี และเริ่มบังคับใช้อีกครั้งในวันที่ 1 ม.ค.2556
สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวสูง หรือ คอนโดมิเนียม กำหนด LTV ที่ 90%หรือต้องมีเงินดาวน์ 10% ซึ่งมีผลไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2554 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเห็นว่า การซื้อขายคอนโดมิเนียมมีลักษณะในเชิงธุรกิจมากกว่าบ้านเดี่ยว ซึ่งถือเป็นที่อยู่อาศัยหลัก
นางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสินเชื่อบ้านใหญ่เป็นอันดับ 1 ของธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ที่ติดต่อเข้ามายังธนาคารส่วนใหญ่ของยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป คิดเป็นวงเงินสินเชื่อแล้ว 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของธนาคารที่ให้พักชำระหนี้ได้สูงสุด 6 เดือน และลดดอกเบี้ย 50 % เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระลูกค้าที่ประสบปัญหาน้ำท่วม
"ลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ที่ติดต่อมายังธนาคาร ส่วนใหญ่จะขอยืดระยะเวลาการชำระหนี้ ซึ่งธนาคารก็ได้อนุมัติ ขณะเดียวกันก็สั่งให้พนักงานติดต่อไปยังลูกค้า ในพื้นที่คาดว่าว่าจะประสบปัญหาน้ำท่วม เพื่อสอบถามว่าได้รับผลกระทบหรือไม่ พร้อมแจ้งลูกค้าให้ทราบว่า ขณะนี้ธนาคารมีสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมบ้าน "
สำหรับบ้านพักอาศัยที่เสียหายจากน้ำท่วม ธนาคารได้เตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ 16,000 ล้านบาท โดยออกแคมเปญ สินเชื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0 % ในระยะเวลา 3 เดือนแรก จากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยปกติ วงเงินกู้สูงสุด 120 % ของราคาประเมิน โดยปัจจุบันยังมีมีลูกค้ารายใดยื่นขอใช้สินเชื่อซ่อมแซมบ้าน เนื่องจากต้องรอให้น้ำที่ท่วมลดลงก่อน จากนั้นจึงจะเข้าไปสำรวจความเสียหาย จากนั้นจึงจะยื่นของใช้สินเชื่อต่อไป
นางพิกุล กล่าวอีกว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ส่งผลยอดปล่อยสินเชื่อบ้านของธนาคาร ในช่วงไตรมาส 4 หายไปประมาณ 9,000 ล้านบาท จากเดิมเป้าหมายที่ตั้งไว้ 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากผู้ซื้อบ้านชะลอการโอนบ้านในโครงการที่ถูกน้ำท่วม อย่างไรก็ตามในปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อบ้านไว้ที่ 100,000 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกสามารถปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 73,000 ล้านบท หากในช่วงไตรมาส 4 ยอดสินเชื่อบ้านหายไป 9,000 ล้านบาท ทำให้ทั้งปีนี้ ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อบ้านได้ 91,000 ล้านบาท และทำให้ยอดสินเชื่อบ้านคงค้างสิ้นปีอยู่ที่ 340,000 ล้านบาท
ผู้สี่อข่าวรายงานว่า สำหรับธนาคารพาณิชย์ ที่ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยธนาคารกรุงเทพ ให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน หรือปรับลดยอดการผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นมาตรการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากที่เคยประกาศให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนพิเศษในปีแรก 5% และเป็นอัตราดอกเบี้ย MRR ในปีถัดไป โดยสามารถผ่อนชำระสินเชื่อที่กู้เพิ่มได้สูงสุด 5 ปี
ด้านธนาคารกรุงไทย มีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อบุคคลนั้น ธนาคารพักชำระหนี้วงเงินกู้แบบมีระยะเวลาทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 6 เดือน หลังจากนั้น สามารถทยอยผ่อนชำระดอกเบี้ยที่พักแขวน สูงสุดภายใน 24 เดือน
ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย ให้ลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 40 % เป็นเวลา 1 ปี หรือเลือกชำระดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน ขอรับสินเชื่อบ้านเอนกประสงค์กสิกรไทย ขอเงินกู้เพิ่มสูงสุด 100% ของสินเชื่อบ้านที่ผ่อนชำระไปแล้ว ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน ผ่อนสูงสุด 15 ปี อนุมัติวงเงินกู้เบื้องต้น 200,000 บาทแรก ภายใน 48 ชั่วโมง หรือ ขอสินเชื่อบ้านทวีทรัพย์กสิกรไทยโดยนำบ้านที่ปลอดภาระจำนองมาเปลี่ยนเป็นเงินกู้ โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ผ่อนสูงสุด 15 ปี หรือนำรถที่ปลอดภาระจำนองมาเปลี่ยนเป็นเงินกู้ รับดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 72 เดือน |