ข่าวคมนาคม



hwdVideoShare can not load until the following directory has been made writeable:
/home/itforsme/domains/economicthai.com/public_html/cache/hwdvsdefault
Ensure all your Joomla Cache Directory Permissions are writeable before attempting to use hwdVideoShare
นายกฯ สั่งเร่งเปิดประมูลโครงการไฮสปีด เทรน
คมนาคม
Chatchart_Sittiphanนายกฯ สั่ง "ชัชชาติ"เร่งดำเนินโครงการไฮสปีด เทรน 4 เส้นทางตามนโยบายรัฐบาล ให้ร.ฟ.ท.เปิดประกวดราคาให้ได้ทั้ง ก่อนไตรมาสที่ 3 ปี 2556 นี้ เพื่อให้เริ่มต้นก่อสร้างได้ในปลายปี 2556 ขณะที่เร่งระบบขนส่งทางรางในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการในระบบขนส่งทางรางของประเทศ ว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามการดำเนินการใน 2 ส่วน ส่วนแรกคือ โครงการไฮสปรีดเทรน หรือรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ- หัวหิน ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคา ทั้งการจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) รูปแบบโครงการ การแบ่งสัญญาก่อสร้าง และวงเงินลงทุน ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน ก่อนรายงานนายกฯ รับทราบอีกครั้ง เบื้องต้นนายกฯได้เร่งรัดให้ร.ฟ.ท.เปิดประกวดราคาให้ได้ทั้ง 4 สายตามที่รัฐบาลชุดนี้มีนโยบาย ให้ได้ก่อนไตรมาสที่ 3 ปี 2556 นี้ เพื่อให้เริ่มต้นก่อสร้างได้ในปลายปี 2556 สำหรับส่วนที่ 2 นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 10 สายทาง

ทั้งนี้ ในส่วนของรถไฟความเร็วสูง ทางกระทรวงคมนาคมต้องกลับไปทำแผนแม่บทของการดำเนินโครงการให้เสร็จใน 1 เดือน และเพื่อให้การทำงานมีความรวดเร็วจึงจะจัดให้มีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)คู่ขนานไปกับการจัดทำรูปแบบการประมูล ซึ่งภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนม.ค.2556 กระทรวงคมนาคม และร.ฟ.ท.จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช็อป) เพื่อพิจารณาโครงการทั้งหมด เช่น การใช้เงินลงทุนจะมาจากที่ไหน จะใช้วิธีใดจะเหมาะสมระหว่างให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ลงทุนเอง หรือหาใครเข้ามาทำโครงการ ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมยังต้องไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) เพื่อบูรณาแผนงานให้ชัดเจนก่อนเสนอให้นายกฯ พิจารณา"

รมว.คมนาคม กล่าวว่า สำหรับระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ได้รายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต หลังมีปัญหาความล่าช้า โดยเฉพาะการประกวดราคาสัญญาที่ 3 ที่เป็นงานระบบรถไฟฟ้า ยังไม่สามารถประกวดราคาได้ ส่วนสัญญาที่ 1-2 ก็ยังไม่ได้ลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างทำให้ต้องเสียค่าปรับจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ไปแล้วประมาณ 100 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อให้ได้ข้อสรุปจึงต้องเรื่องทั้งหมดให้คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ในวันที่ 27 ธ.ค. นี้ พิจารณาให้เกิดความชัดเจนก่อน จากนั้นจึงเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบ นอกจากนี้ยังได้รายงานแผนการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ย่านมักกะสันของร.ฟ.ท. เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งในวันที่ 25 ธ.ค.นี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบก่อน

นอกจากนี้ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ล่าสุดมี 3 สายทางที่มีความพร้อมประกวดราคาในต้นปี 2556 แล้ว คือ สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่ และสะพานใหม่-คูคต วงเงินรวม 59,912 ล้านบาท และสายสีชมพู แคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี วงเงิน 38,730 ล้านบาท หลังเอกสารประกวดราคาเสร็จ และอีไออีผ่านแล้ว โดยเฉพาะสายสีเขียว กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอครม.เห็นชอบให้ดำเนินโครงการในเดือนม.ค.นี้ ส่วนสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี วงเงิน 73,070 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถประกวดราคาได้ประมาณปลายปี 2556

ทั้งนี้ สนข.ได้รายงานว่า ตามแผนในปี 2556 มีโครงการรถไฟฟ้าที่พร้อมประกวดราคา 7 โครงการ ระยะทางรวม 118.4 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้างรวม 187,843 ล้านบาท คือ สีชมพู แคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี ,สีส้มศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ,สีเขียว สมุทรปราการ-บางปู ,สีแดงอ่อนบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน/บางซื่อ-หัวลำโพง และช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน ,สีแดงเข้ม รังสิต-ม.ธรามศาสตร์ศูนย์รังสิต และแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ ดอนเมือง-บางซื่อ

 
แอร์พอร์ต ลิงค์ให้บริการถึงตี 2 ต้อนรับปีใหม่
คมนาคม
Airport_linkรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ มอบของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้ผู้โดยสาร ขยายเวลาการให้บริการเพิ่มอีก 2 ชั่วโมง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางช่วงเวลาเฉลิมฉลองการนับถอยหลังสู่ปีใหม่

นางเอมอัชฌา พงศ์พรรณภาณุ ผู้จัดการส่วนมวลชนสัมพันธ์ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 นี้ เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ทางบริษัทจะเพิ่มเวลาเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสาย City Line จากเดิมให้บริการเวลา 06.00- 24.00 น. เป็นเวลา 06.00- 02.00น. (ของวันที่ 1 มกราคม 2556) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ร่วมเฉลิมฉลองงานปีใหม่ ใ ห้สามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัย

อย่างไรก็ตามในวันที่ 31ธันวาคม 2555 นี้ รถไฟฟ้าสาย Express Line ยังให้บริการตามปกติ โดยมีวิ่งทั้ง 2 เส้นทาง ได้แก่ สถานีพญาไท –สุวรรณภูมิ- พญาไท และสถานีมักกะสัน – สุวรรณภูมิ – มักกะสัน โดยเปิดให้บริการเวลา 06.00- 24.00 น. และขอเชิญชวนผู้โดยสารให้มาใช้บริการระบบเช็คอิน และระบบขนส่งสัมภาระได้ที่แอร์พอร์ต เรล ลิงค์ สถานีมักกะสัน โดยผู้โดยสาร ที่ต้องการเช็คอินสามารถใช้บริการได้ที่เคาน์เตอร์สายการบินไทย (Thai Airways International) ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. รวมทั้งเช็คอินล่วงหน้าก่อนเดินทางได้ 3 -12 ชั่วโมง เพื่อเป็นการลดปัญหาผู้คนหนาแน่น และลดการรอคิวการเช็คอินภายในสนามบิน นอกจากนี้ผู้โดยสารยังสามารถจอดรถได้ที่สถานีมักกะสันฟรี ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งสามารถรองรับจำนวนรถได้ถึง 300 คัน

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้จัดการแผนกการตลาด บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กล่าวว่า เพื่อเป็นการตอบแทนผู้โดยสารที่ให้ความไว้วางใจและใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ด้วยดีตลอดปีที่ผ่านมา แผนกการตลาดได้เตรียมชาขาวเพียวริคุ แจกให้แก่ผู้โดยสารฟรี ไม่มีเงื่อนไข จำนวน 70,000 ขวด โดยจะแจกวันละ 7,000 ขวด ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2555 -2 มกราคม 2556 โดยจะแจกที่สถานีพญาไท วันละ 5,000 ขวด และ สถานีสุวรรณภูมิ วันละ 2,000 ขวด อีกทั้ง ในวันที่ 1 มรกราคม 2556 จะแจกปากกาสวยหรูฟรี ให้กับผู้โดยสารที่ใช้บริการทั้งรถไฟฟ้าสาย Express Line และสาย City Line ทุกสถานี จำนวน 20,000 ด้าม และตกแต่งต้นคริสมาสต์สูง 5 เมตร ประดับไฟโดยรอบบริเวณทางเชื่อมพญาไท ให้สวยงาม เพื่อเป็นจุดถ่ายภาพและเป็นจุดพักผ่อนของผู้โดยสารรถไฟฟ้า พร้อมกันนี้ในส่วนสถานีสุวรรณภูมิจะมีการตกแต่งต้นคริสมาสต์และประดับไฟ โดยรอบบริเวณหน้าบันไดเลื่อน ทางเลื่อน City Line และ Express Line

 
ชัชชาติยันอีก 5 ปีไฮสปรีดเทรนเกิดแน่
คมนาคม

Chatchart_Sittiphan"ชัชชาติ"ยันทำรถไฮสปีดเทรนต้องจริงจัง เริ่มกรุงเทพฯ-ภาชีก่อน เปิดในอีก 5 ปี กำหนดค่าบริการ 2.1-2.7 ต่อก.ม. กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 1,200 บาท เตรียมเมนูน้ำพริกปลาร้า ไส้อั่ว ทำปิ่นโตเสิร์ฟผู้โดยสาร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในงานเสวนาพิเศษเรื่อง Hi-speed Thailand โอกาส ธุรกิจในยุคความเร็วสูง ที่จัดขึ้นโดยบริษัท มติชน จำกัด(มหาชน)ว่า การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะหากดำเนินการได้จะช่วยให้ไทยก้าวกระโดด ทั้งในเรื่องของการพัฒนาประเทศ การสร้างคน และการสร้างเทคโนโลยี แต่การดำเนินโครงการดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  ต้องดำเนิน การทุกขั้นตอนอย่างละเอียดรอบคอบ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อันตราย เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะมีความรุนแรงมากกว่าการใช้ความเร็วปกติ

ทั้งนี้เส้นทางแรกที่จะดำเนินการก่อสร้าง คือ กรุงเทพฯ-ภาชี ระยะทาง 82 กิโลเมตร โดยจะเปิดให้บริการได้ภายใน 5 ปี จากเส้นทางทั้งหมดที่จะก่อสร้าง คือ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่ ซึ่งจะก่อสร้างระยะที่ 1 ก่อน คือ กรุงเทพฯ–พิษณุโลก ระยะทาง 342 กิโลเมตร กรุงเทพฯ–นครราชสีมา ระยะทาง 256 กิโลเมตร และกรุงเทพฯ–หัวหิน ระยะทาง 225 กิโลเมตร เป็นต้น โดยรวมระยะทางของรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ประเทศไทยจะมีทั้งหมด 2,563 กิโลเมตร ในงบประมาณ 9.7 แสนล้านบาท

นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณในการลงทุนก่อสร้างเฉลี่ย 500 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ต่ำกว่าประเทศญี่ปุ่นที่ใช้งบลงทุนเฉลี่ย 1,200 ล้านบาทต่อกิโลเมตร แต่สูงกว่าประเทศจีน ที่ใช้งบลงทุน 200-300 ล้าน บาทต่อกิโลเมตร สาเหตุที่ใช้งบลงทุนไม่เท่ากัน เนื่องจากมีพื้นที่การก่อสร้างไม่เหมือนกัน บางพื้นที่จะต้องเจาะอุโมง ทางลอด และเชื่อมต่อต่างๆ เป็นต้น ส่วนอัตราค่าบริการเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 2.1-2.7 บาทต่อกิโลเมตร อาจจะมีการพิจารณาปรับเพิ่ม 5% ทุก 5 ปี หรือจะส่งผลให้เส้นทางกรุงเทพฯ-เ ชียงใหม่ มีอัตราค่าบริการประมาณ 1,200 บาท

อย่างไรก็ตามในส่วนของความเร็วรถไฟความเร็วสูงที่จะนำมาให้บริการจะอยู่ที่ 250-300 กิโลเมตร จะไม่เน้นความเร็วสูงมากนัก เพื่อให้มีความปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งความเร็วสูงในระดับนี้จะเหมาะสมกับประเทศไทยที่มีระยะทางรถไฟความเร็ว สูงแต่ละเส้นทางประมาณ 200-900 กิโลเมตร หากความเร็วมากกว่านี้คงจะไม่เหมาะสม ส่วนรูปแบบของรถไฟความเร็วสูงที่จะนำมาให้บริการจะเป็นรถไฟความเร็วสูงที่ กำหนดให้ทุกโบกี้เป็นความเร็วสูง จะไม่ใช้หัวรถจักรความเร็วสูงมาลากโบกี้รถไฟ

“ในอนาคตผู้ที่ต้องการเดินทางระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร จะหันมาใช้บริการรถไฟความเร็วสูงมากยิ่งขึ้น จนอาจจะส่งผลให้ผู้ที่เคยใช้บริการเครื่องบินในระยะทางดังกล่าว หันมาใช้รถไฟความเร็วสูงทั้งหมด”

นาย ชัชชาติ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยังเตรียมรูปแบบการให้บริการอาหารที่เสิร์ฟบนรถไฟให้เป็นใน ลักษณะของปิ่นโต ซึ่งคล้ายกับญี่ปุ่นที่ให้บริการที่เรียกว่าเบนโต่ะด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้นำทดลองออกมาเสิร์ฟในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนาสินค้าของไทยแล้ว ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าด้วย เพราะจะเป็นการนำอาหารไทยมาทำเป็นปิ่นโต เช่น น้ำพริกปลาร้า หรือไส้อั่ว เป็นต้น

 

 
แอร์ตพอร์ตลิงค์ 20 บาทเหลว!ปลุกผู้โดยสารไม่ขึ้น
คมนาคม
Airport_linkประธานแอร์พอร์ตลิงค์ยอมรับขาดทุนยับเดือนละเกือบ 2 ล้านเตรียมชงบอร์ดหาทางออก เลิกหรือเดินหน้าต่อ ด้าน"ชัชชาติ" ยังอยากให้เดินหน้าต่อเตรียมหารือปรับรูปแบบ ขณะคลังเสนอให้แยกกิจการพ้นอกร.ฟ.ท.

นายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ ประธานคณะกรรมการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงค์ เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ 20 บาทตลอดสาย ในช่วงเวลา 11.00 – 14.00 น.ที่ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. – 31 ธ.ค.ว่าผลการดำเนินโครงการดังกล่าวพบว่ามีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นไม่มาก บางช่วงเท่าเดิมคือประมาณ 5,000 คนส่งผลให้ขาดทุนเฉลี่ยประมาณเดือนละ 1,800,000 บาท ซึ่งจะขยายเวลาโครงการต่อไปหรือไม่นั้นจะมีการหารือในที่ประชุมบอร์ดบริษัท ฯ ในวันที่ 17 ธ.ค. นี้

" ที่ผ่านมาได้ทำโปรโมชั่นทุกอย่าง เพื่อกระตุ้นให้คนมาใช้บริการแล้ว เช่น การลดราคารถขบวนด่วนพิเศษ ให้พนักงานที่ทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิจากเที่ยวละ 90 บาทเหลือ 45 บาท และอีกหลาย ๆ โปรโมชั่น แต่ผู้โดยสาร ก็ยังไม่เพิ่มตามเป้าหมายทเลยทำให้ขาดทุน ย่ิงเมื่อมาจัดโปรโมชั่นลดราคาเหลือ 20 บาท แต่มื่อผู้โดยสารไม่เพิ่มจึงย่ิงทำให้ขาดทุน "

ส่วนภาพรวมผู้โดยสารของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 40,000 – 50,000 คน และแนวโน้มผู้โดยสารในระยะต่อไปยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งการให้ผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ฯพิจารณาเช่ารถไฟฟ้าเพิ่มอีก 3 – 4 ขบวน ระหว่างรอการจัดซื้อขบวนใหม่ 7 ขบวนที่คาดว่าใช้เวลาอีก 2 – 3 ปี "ตอนนี้การดำเนินงานทุกอย่าง หรือปรับปรุงอะไร ของโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ต้องรอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากเราเป็นแค่บริษัทลูก มีหน้าที่แค่รับจ้างเดินรถเท่านั้น การดำเนินการทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับร.ฟ.ท. ซึ่งตอนนี้รัฐบาล มีแนวคิด จะแยกบริษัท ฯ ออกมาจากการกำกับของร.ฟ.ท. โดยคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ(กนร.)อยู่ระหว่างการพิจารณา เชื่อว่าหากมีการแยกออกมาแล้วบริษัท ฯจะมีความคล่องตัวในการดำเนินงานมากขึ้น"

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้ จะหารือร่วมกับผู้บริหารโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ถึงปัญหาการดำเนินโครงการจัดเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ระหว่างเวลา 11.00 – 14.00 น. ว่า สาเหตุการขาดทุนเป็นผลจากอะไร มีการประชาสัมพันธ์ หรือจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องและเต็มที่แล้วหรือไม่ ซึ่งนโยบายของตน ยังต้องการให้ดำเนินนโยบายดังกล่าวต่อไป แต่จะต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนกว่านี้ หรืออาจให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบอื่น ซึ่งเชื่อว่า หลังจากหารือร่วมกับผู้บริหารแล้ว จะมีแนวทางชัดเจนขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเห็นด้วยกับแนวทางที่จะแยกกิจการและการบริหารงานของแอร์พอร์ตลิงค์ออกจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อย่างเด็ดขาด เพราะปัจจุบันการบริหารงานถูกแบ่งออกเป็น 2 บอร์ด กล่าวคือ จะต้องผ่านบอร์ดของ ร.ฟ.ท.ก่อน จากนั้น จึงจะผ่านบอร์ดของแอร์พอร์ตลิงค์ ทำให้ขาดความคล่องตัวและขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยแนวทางที่จะสร้างความชัดเจนในการบริหารงาน คือ การจัดตั้งให้แอร์พอร์ตลิงค์เป็นรัฐวิสาหกิจอีกแห่งหนึ่ง เทียบเท่ากับ ร.ฟ.ท.หากสามารถแยกการบริหารงานให้ชัดเจน ก็เชื่อว่าการบริหารกิจการของแอร์พอร์ตลิงค์จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อแยกกิจการออกมาเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งใหม่แล้ว กระทรวงการคลังก็จะถือหุ้น100%โดยที่กระทรวงการคลังจะต้องชำระบัญชีให้แก่ ร.ฟ.ท.ซึ่งวิธีการชำระบัญชีนั้น อาจใช้วิธีการตัดชำระหนี้คืนให้แก่กระทรวงการคลัง อย่างไรก็ดี เมื่อร.ฟ.ท.มีผลการดำเนินงานที่ดีและมีความสามารถในการซื้อกิจการคืน ทางกระทรวงการคลังก็จะเปิดโอกาสให้ หากกระทรวงคมนาคมตกลงที่จะใช้แนวทางแยกให้แอร์พอร์ตลิงค์ออกมาเป็นรัฐวิสาหกิจเทียบเท่ากับร.ฟ.ท. เราก็ต้องชำระบัญชีให้แก่ร.ฟ.ท.โดยมูลค่าน่าจะเป็นหลักหมื่นล้านบาท เพราะบัญชีลงทุนเป็นของร.ฟ.ท.แต่เราก็จะเปิดโอกาสถ้า ร.ฟ.ท.มีผลประกอบการและมีเงินซื้อกิจการคืนในอนาคต

 
ติดตั้งไวไฟฟรีท่าเทียบเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
คมนาคม
Prasert_Chanrungthongคมนาคมประเดิมทำพิธีเปิดวันแรก จะเปิดที่ท่าเรือสาทร ซึ่งเป็นท่าเรือที่ผู้ใช้บริการมากที่สุดปีละ 3.8 ล้านคน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการติดตั้ง ไวไฟ บนท่าเทียบเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อประชาชนว่า ภายในปลายเดือนนี้ ประชาชนชนจะสามารถใช้บริการไวไฟฟรี บริเวณท่าเทียบเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยานำร่อง 15 แห่งอย่างแน่นอน เพื่อเป็นของขวัญประชาชน ในเทศกาลปีใหม่ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศเปิดให้ใช้ไวไฟฟรี ตาม จุดสาธารณะต่าง ๆ หลังจากนั้นจะเปิดให้บริการไวไฟฟรี ตามสถานีขนส่งต่าง ๆ ของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และท่าเรือคลองแสนแสบต่อไป

" การติดตั้งไวไฟฟรีครั้งนี้ เป็นความร่วมมือหลายฝ่าย เช่น การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) รับผิดชอบค่าเช่าสัญญาณไวไฟ 15 จุด ประมาณปีละ 400,000 บาท ให้กับบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กรมเจ้าท่า ดูแลจุดติดตั้ง ระบบไฟฟ้า ซึ่งเบื้องต้นจะใช้ความเร็วประมาณ 2 เมกะบิต แต่ถ้าความเร็ว ยังไม่พอ อาจจะให้เพิ่มเป็น 4 – 6 เมกะบิต ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสม โดยในวันทำพิธีเปิดวันแรก จะเปิดที่ท่าเรือสาทร ซึ่งเป็นท่าเรือที่ผู้ใช้บริการมากที่สุดปีละ 3.8 ล้านคน"

สำหรับท่าเรือนำร่อง 15 แห่ง เช่น ท่าเรือสาทร , ช่องนนทรี , สาธุประดิษฐ์ , ดินแดน , สะพานพุทธ , พระปิ่นเกล้า , ราชวงศ์ , เทเวศร์, เกียกกาย ,สี่พระยา ,สะพานกรุงธน (ซังฮี้) , เขียวไข่กา โดยจะมีรัศมีไวไฟ 50 เมตร นับจากจุดที่ติดตั้งในท่าเรือ ส่วนวิธีการการใช้งาน ให้ใส่รหัสบัตรประชาชนของผู้ใช้บริการ หลังจากนั้นจะมีการส่งรหัสผ่านกลับมา ซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องเก็บรหัสไว้ เพื่อใช้ในครั้งต่อไป โดยจะเปิดได้ทุกเว็บไซด์ ยกเว้นเว็บไซด์ที่ไม่เหมาะสม

 
จีนเสนอสร้างรถไฟความเร็วสูงถูกกว่าเยอรมัน-ญี่ปุ่น
คมนาคม
yingluk_chinaรุกพบ "ยิ่งลักษณ์" เสนอความพร้อมสร้างรถไฟความเร็วสูง ชี้ต้นทุนก่อสร้างเพียง 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อกม. ขณะที่เยอรมัน 50 ล้านเหรียญฯต่อกม.และญี่ปุ่น 81 ล้านเหรียญต่อกม.

นายทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายลู ชุนฟาง รมช.กระทรวงรถไฟ สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ทางการจีนได้แสดงความสนใจในการเข้ามาลงทุนด้านการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างจีนและไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่ประเทศไทยมีแผนที่จะลงทุนในเร็วๆนี้ โดยรมช.กระทรวงรถไฟของจีนได้มอบโมเดลรถไฟความเร็วสูงให้เป็นของที่ระลึกกับนายกรัฐมนตรี รวมทั้งได้ย้ำกับนายกรัฐมนตรีของไทยว่าจีนมีความพร้อมที่จะเข้ามาเป็นผู้ก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใน 2 เส้นทางที่ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือรถไฟระหว่างไทย-จีน ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้แก่เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ ระยะทาง 677 กิโลเมตร และ เส้นทาง กรุงเทพ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร

ทั้งนี้ จีนได้กล่าวกับนายกรัฐมนตรีถึงข้อดีของรถไฟความเร็วสูงของจีนว่าต้นทุนการก่อสร้างต่ำกว่ารถไฟความเร็วสูงของประเทศอื่นๆ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างเพียง 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อกิโลเมตร ขณะที่รถไฟความเร็วสูงของเยอรมันใช้งบประมาณลงทุน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อกิโลเมตร และรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่นที่ใช้งบประมาณก่อสร้าง 81 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อกิโลเมตร นอกจากนั้นรถไฟความเร็วสูงจะใช้ระยะเวลาการก่อสร้างในแต่ละเส้นทางเพียง 6-7 ปี เท่านั้น รวมทั้งจะมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัย มีการวางแผนสำรวจออกแบบการก่อสร้างและบำรุงรักษาอย่างมีมาตรฐาน รวมทั้งมีความเร็วของรถไฟให้เลือก 2 ระดับ คือ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเน้นการรับรองคุณภาพ 3 ด้าน คือ การก่อสร้าง อุปกรณ์การก่อสร้าง และการบริการ ซึ่งการบริการจะเน้นกฎระเบียบ พนักงานที่ปฏิบัติงาน การรักษาความปลอดภัยของเส้นทางการเดินรถไฟ ครอบคลุมถึงการออกแบบป้องกันภัยธรรมชาติต่างๆนอกจากนั้นจีนยังมีแผนที่จะใช้แรงงานไทยในระหว่างก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้เกิดการจ้างงานในไทยเพิ่มขึ้น

ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวชื่นชมจีนว่าเป็นประเทศที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีรถไฟเป็นอย่างสูง และขอบคุณรัฐบาลจีนที่ให้ความร่วมมือในการศึกษา ค้นคว้า การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ระดับสูง และให้ความรู้ แก่ประเทศไทยมาโดยตลอด ซึ่งความช่วยเหลือนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน จึงหวังว่าไทย-จีนจะสามารถร่วมมือกันในการพัฒนาระบบคมนาคมร่วมกัน และได้ฝากให้ รมช.จีน ช่วยดูแลในเรื่องความปลอดภัย การบูรณาการรถไฟเก่าของไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนไทย รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมด้วย อีกทั้งต้องขอบคุณที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ความร่วมมือในทุกๆด้านกับประเทศไทยมาโดยตลอด พร้อมขอให้จีนดูแลเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้รถไฟความเร็วสูง และให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนไทย และสิ่งแวดล้อมด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน เมื่อวันที่ 20-21 พ.ย.ที่ผ่านมาว่าสร้างความประทับใจ และช่วยกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยจีนให้แน่นแฟ้นในทุกระดับ

 

เริ่มแรกย้อนกลับ12345678910ถัดไปสุดท้าย