|
hwdVideoShare can not load until the following directory has been made writeable: /home/itforsme/domains/economicthai.com/public_html/cache/hwdvsdefault
|
มอเตอร์เอ็กซ์โปทุบสถิติยอดจองทะลุ 80,000 คัน |
|
ยานยนต์
|
ยอดคนเข้าร่วมงาน 1.61 ล้านคน ขณะที่ยอดจองรถงานมอเตอร์เอ็กซ์โปปีนี้ทำสถิติสูงสุดในรอบ 29 ปี มียอดจองซื้อรถกว่า 80,000 คัน คิดเป็นเงินสะพัดต่อเนื่องกว่า 90,000 ล้านบาท
นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29" หรือ Motor Expo 2012 เปิดเผยว่าตลอดช่วง 10 วันที่ผ่านมา ประชาชนเข้าชมงานกว่า 1,610,000 คน เนื่องจากเศรษฐกิจดีขึ้นทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่ม และมียอดจองซื้อรถยนต์สูงกว่าเป้าหมายและสูงสุดในรอบ 29 ปี ทำลายยอดจองสูงสุดในปี 53 ที่มีทั้งหมดกว่า 33,000 คัน โดยปีนี้มียอดจองซื้อรถกว่า 80,000 คัน คิดเป็นเงินสะพัดต่อเนื่องจากการจัดงานกว่า 90,000 ล้านบาท
ปัจจัยสนับสนุนนอกจากเหตุอุทกภัยในปีก่อนแล้ว โครงการรถยนต์คันแรกส่งผลให้มียอดจองมากถึง 40 %และอาจทำให้ยอดรถยนต์คันแรกของรัฐบาลสูงถึง 700,000 คัน จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ 500,000 คัน ส่วนรถยนต์ประหยัดพลังงานในงานมียอดร้อยละ 20 กระบะ 10% ที่เหลือเป็นรถเก๋ง และรถหรู
อย่างไรก็ตาม แรงซื้อดังกล่าวจะสะสมไปถึงปีหน้า และอาจทำให้ยอดจองซื้อรถยนต์ในปีหน้าชะลอลงไปบ้าง แต่ก็ไม่เกิน 20% |
|
|
สคบ.เตือนผู้บริโภคดูใบจองรถยนต์งานมอเตอร์โชว์ |
|
ยานยนต์
|
|
สคบ.จี้บริษัทรถยนต์ออกใบจองที่เป็นธรรมให้ลูกค้า หวั่นรถคันแรกโค้งสุดท้าย ผู้บริโภคถูกโกงมั่วนิ่ม ชี้ผู้ประกอบการจ้องขายแต่ใบจอง
นาย จิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือถึงผู้ประกอบการจำหน่ายรถยนต์ทุกค่าย แจ้งเตือนให้พิจารณาการออกใบจองรถยนต์ให้กับลูกค้าใหม่ ซึ่งจะต้องแสดงรายละเอียดให้ครบถ้วน โดยเฉพาะระยะเวลาที่เริ่มผลิต และเวลาในการส่งมอบรถยนต์ รวมถึงขนาดของเครื่องยนต์ หลังจากพบว่าการจองรถยนต์ในงานมหกรรมยานยนต์มอร์เตอร์โชว์ครั้งล่าสุด ที่เมืองทองธานี มีค่ายรถยนต์ไม่แสดงรายละเอียดข้อมูลดังกล่าวให้ครบถ้วน ต้องการเพียงขายใบจองไว้ก่อน อาจเข้าข่ายการหลอกลวงผู้บริโภคได้ สคบ.จึงต้องออกมาแจ้งเตือนก่อน และการแจ้งเตือนครั้งนี้ก็ถือว่ายังมีเวลา เพราะโครงการรถยนต์คันแรกที่จะสิ้นสุดในปลายปี 2555 ซึ่งคาดว่าจะมียอดการจองเป็นจำนวนมากในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีนี้
สำหรับผู้บริโภคที่ได้จองรถยนต์ไปก่อนหน้านี้แล้ว และพบว่าในใบจองไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน สามารถแจ้งเรื่องมายังสคบ.ได้ จากนั้นสคบ.จะเป็นตัวกลางดำเนินการสอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทันที นอกจากนี้ สคบ.ยังขอแจ้งเตือนให้ผู้บริโภคได้ตรวจสอบการจองรถยนต์ให้รอบคอบ และรักษาสิทธิของตัวเอง เพราะหากมีปัญหาขึ้นมาในอนาคต อาจทำให้เสียเวลา และเสียความรู้สึกได้
“ก่อนหน้านี้ สคบ.ได้ออกมาแจ้งเตือนให้ผู้บริโภคตรวจสอบสัญญาการซื้อรถยนต์ ซึ่งสคบ.จะยึดเป็นหลักในการพิจารณา ในสัญญาต้องระบุรายละเอียดของรถยนต์ สี รุ่น ราคา วันส่งมอบรถยนต์ให้ชัดเจน ส่วนกรณีที่มีของแถมต้องระบุให้ชัดเจนด้วย หากผู้ประกอบการผิดสัญญาต่อผู้บริโภคในข้อใดข้อหนึ่ง และผู้บริโภครู้สึกไม่เป็นธรรม ขั้นแรก สคบ.จะเรียกทั้งสองฝ่ายมาเจรจา เพื่อให้ผู้ประกอบการรับทราบความเสียหายที่ได้รับ และจะให้ผู้ประกอบการนัดวันเวลาส่งมอบที่แน่นอน แต่หากผู้บริโภคต้องการให้บริษัทรถยนต์ชดเชยจะต้องระบุเหตุผลที่สมควร ส่วนในกรณีที่ผู้บริโภคต้องการยกเลิกสัญญาจองเนื่องจากผู้ประกอบการผิดสัญญา ผู้ประกอบการต้องคืนเงินจองทั้งหมดให้ไม่เกิน 15 วัน”
ทั้งนี้จากข้อมูลล่าสุด สคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2554 ถึงวันที่ 15 ส.ค.2555 จำนวนทั้งสิ้น 889 เรื่อง เป็นกรณีที่ขอเงินจองรถคืนเนื่องจากไม่ได้รถยนต์ จำนวน 100 รายการ ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา 69 รายการ ยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน 53 รายการ ชำรุด 231 รายการ คืนรถ ค้างค่างวด 91 รายการ ยึดรถคืน 40 รายการ ขอชดใช้ค่าเสียหาย 38 รายการ ค่าปรับสูง 31 รายการ ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ 31 รายการ ขอคำปรึกษา 30 รายการ
|
|
กิตติรัตน์สั่งเช็กด่วน! วิออส ไมเนอร์เช้นจ์ |
|
ยานยนต์
|
โตโยต้าทำป่วน รับาลมึนว่าเข้าเงื่อนไขโครงการรถคันแรกหรือไม่ เผยยอดเข้าโครงการทะลักกว่า 8 แสนคัน ดันเงินคืนที่ต้องคืนภาษีเพิ่มบาน แต่ยืนยันไม่หนักใจ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรม.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งให้นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพ สามิตไปตรวจสอบกรณีบริษัท โตโยต้า ได้นำรถโตโยต้า รุ่นวิออส ไมเนอร์เช้นจ์ ออกมาจำหน่ายมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 29 โดยตัวแทนจำหน่ายระบุว่า รถโตโยต้ารุ่นดังกล่าว สามารถเข้าร่วมโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลที่กำลังหมดอายุโครงการสิ้นปี2555 นี้
"การตรวจสอบว่า รถยนต์ยี่ห้อใดบ้างมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของกรมสรรพสามิตที่จะต้องตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามในภายหลัง เพราะรัฐบาลได้ประกาศ และกำหนดเงื่อนไขทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว หากเกิดปัญหาหรือข้อสงสัยใดๆ กรมสรรพสามิตเป็นผู้ชี้แจ้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง"
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมที่จะคืนเงินให้แก่ผู้ที่ซื้อรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรก แม้จะมีการประเมินว่า ยอดขายรถยนต์ที่เข้าข่ายในโครงการรถยนต์คันแรกจนถึงสิ้นปีนี้ จะมียอดขายและยอดจองรวมกัน 800,000 คัน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของโครงการที่คาดว่า จะมีรถยนต์เข้าร่วมโครงการดังกล่าว 500,000 คัน ยอดการขอคืนเงิน 30,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลมองว่า เม็ดเงินที่จะต้องคืนไม่ว่า จะมีปริมาณหรือน้อยก็ตาม ไม่ได้ถือเป็นเงินภาษี แต่เป็นเงินของผู้บริโภคที่ซื้อรถ ยนต์แล้ว เอาฝากไว้กับรัฐบาลหนึ่งปี หลังจากครบหนึ่งปีก็ได้รับคืนเงินกลับไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตได้หนังถึงสภาอุตสหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อขอให้บริษัท โตโยต้า ระงับการจำหน่ายโตโยต้า วีออส รุ่นไนเนอร์เช้นจ์ โดยอ้างว่า จะได้รับสิทธิ์ในการคืนเงินตามโครงการรถยนต์คันแรกเนื่องจากการผลิตรถยนต์รุ่นดังกล่าวของโตโยต้ายังไม่เกิดขึ้นทำให้ไม่มีภาระภาษี ที่จะคืน นอกจากนี้การขยายระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการโดยอนุมัติให้จองรถยนต์ได้ภายในสิ้นปีนี้รับรถยนต์ในปีหน้าเพื่อมาตรการเพื่อช่วยระดับคุณภาพชีวิตและทำให้ผู้จบใหม่มีรถยนต์เป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่การโปรโมชั่นเพื่อสร้างยอดขายให้แก่บริษัทรถยนต์ |
|
ลีสซิ่งรถยนต์ชี้ยังไม่มีเอ็นพีแอลโครงการรถคันแรก |
|
ยานยนต์
|
ผู้ประกอบการลีสซิ่งรถยนต์ การันตีโครงการรถยนต์คันแรก ครบ 1 ปี หนี้เอ็นพีแอลยังไม่โป่ง เชื่อคนที่ได้ภาษีคืน 1 แสนบาท ใช้ต่อลมหายใจผ่อนค่างวดได้อีก 1 ปี เมื่อผ่อนครบ 2 ปี อัตราการปล่อยรถให้ถูกยึดมีน้อยมาก
นายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่สำนัก งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสศช.ระบุเกี่ยวกับหนี้ ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากนโยบายลดภาษีรถคันแรกส่งผลต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิด รายได้หรือเอ็นพีแอลสูงขึ้นว่า ขณะนี้จากการสอบถามผู้ประกอบการธุรกิจลีสซิ่งรถยนต์ ที่เป็นสมาชิกของสมาคมแล้ว ผู้ประกอบการยืนยันว่า สินเชื่อที่ปล่อยให้กับโครงการรถยนต์คันแรก ยังเป็นปกติ หนี้เอ็นพีแอลที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกับสินเชื่อรถยนต์ทั่วไป
สำหรับโครงการรถยนต์คันแรก ทำให้ยอดหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ จะใช้บริการลีสซิ่งรถยนต์สูงถึง 90 % และมีเพียง 10 % ที่ใช้เงินสดเพื่อซื้อรถยนต์ โดยล่าสุดบริษัทผลิตรถยนต์ได้ส่งมอบรถยนต์ไปแล้วกว่า 200,000 คัน อย่างไรก็ตามโครงการรถยนต์คันแรก เปิดให้จองจนถึงสิ้นปีนี้ ทำให้ในช่วงนี้ถือเป็นนาทีทอง ของผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ และหากยิ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการมาก หนี้ภาคครัวเรือนก็จะเพิ่มมากขึ้นตาม เนื่องจากผู้ซื้อรถยนต์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรถยนต์คันแรก จะพึ่งพาเงินกู้สูงถึง 90 %
"ยอมรับว่านโยบายรถคันแรกทำให้การก่อหนี้ของประชาชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเงินที่ซื้อรถยนต์สัดส่วน 90% เป็นการกู้จากไฟแนนซ์ และ 10% ซื้อ ด้วยเงินสด"
สำหรับการคืนเงินภาษี 100,000 บาท ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการรถยนต์คันแรกครบระยะเวลา 1 ปี ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของการหยุดผ่อนค่างวด ซึ่งมีความเป็นไปได้ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการที่ใกล้หมดกำลังส่งค่างวด เมื่อได้เงินภาษีคืน ก็นำเงินมาผ่อนชำระกับบริษัทลีสซิ่ง และเมื่อผ่อนชำระค่างวด 2 ปี จะไม่มีการทิ้งรถยนต์ เนื่องจากผู้ที่เข้าโครงการรถยนต์คันแรก ต้องใช้เงินดาวน์ขั้นต่ำ 20 % ของราคารถยนต์ หรือราคารถยนต์ 500,000 บาทต้องใช้เงินดาวน์ 100,000 บาท และเมื่อผ่อนชำระมาแล้ว 2 ปี ถือว่าผ่อนมาแล้วครึ่งทาง
ด้านนาย ชลิต ศิลป์ศรีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอ็นพีแอลของสินเชื่อรถเช่าซื้อรถยนต์อยู่ในระดับ ควบคุมได้ ปัจจุบันอยู่ที่ 1.3-1.4% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากธนาคารมีการคัดกรองสินเชื่อด้วยการ ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรมากขึ้น ที่สำคัญภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ในทิศทางดีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนมีรายได้ในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นตาม และเพิ่มค่าแรง 300 บาทช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนด้วย |
|
โตโยต้าชี้แจงกรณีเรียกรถยนต์ 4 รุ่นตรวจสอบ |
|
ยานยนต์
|
ชี้เรียกรถรุ่น คัมรี โคโรลล่า วีออส และ ยาริส ที่ผลิตในประเทศไทยมาตรวจสอบสวิตซ์หลักที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับ เพื่อแสดงถึงความเอาใจใส่และความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์
นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงกรณีการเรียกรถยนต์โตโยต้า คัมรี , โคโรลล่า อัลติส , วีออส และ ยาริส ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อนำกลับมาตรวจสอบสวิตซ์หลักที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับในรถรุ่นดังกล่าวนั้น เพื่อแสดงถึงความเอาใจใส่และความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์
"จากกรณีการเรียกรถดังกล่าวกลับมาทำการตรวจสอบและแก้ไขนั้น เกิดจากการที่เราได้รับแจ้งจากลูกค้าบางรายว่า สวิตซ์หลักที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับในรถยนต์รุ่นดังกล่าว บางครั้งเกิดความรู้สึกติดขัดในระหว่างการใช้งาน บริษัทฯจึงได้ทำการตรวจสอบรถยนต์และพบว่ามีอาการฝืดตัวของสวิตซ์หลักที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับในบางครั้งตามที่ลูกค้าแจ้ง ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่สารหล่อลื่นพิเศษที่อยู่ภายในสวิตซ์หลักที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าของรถยนต์คันที่พบอาการฝืดตัวนั้น มีปริมาณน้อยเกินไป"
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบว่ารถยนต์โตโยต้าที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย และเข้าข่ายต้องเข้ารับการตรวจสอบปัญหาดังกล่าวนั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 160,907 คัน ได้แก่ รุ่นคัมรี รุ่น 2.0L จำนวน 830 คัน ที่ผลิตตั้งแต่ มีนาคม 2549 – ธันวาคม 2551, รุ่นโคโรลล่า อัลติส จำนวน 33,048 คัน ที่ผลิตตั้งแต่กันยายน 2550 – ธันวาคม 2551, รุ่นวีออส จำนวน 87,753 คัน ที่ผลิตตั้งแต่ตุลาคม 2549 – ธันวาคม 2551 และ รุ่นยาริส จำนวน 39,276 คัน ที่ผลิตตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2549 – ธันวาคม 2551
สำหรับกรณีนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพของรถยนต์โตโยต้า บริษัทฯจะดำเนินการออกจดหมายเรียนเชิญไปยังลูกค้า เพื่อให้นำรถกลับเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป ซึ่งการเรียกรถกลับเพื่อมาตรวจสอบในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์อันเป็นมาตรฐานของบริษัทโตโยต้าในการเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้รถยนต์" |
|
|
|