หน้าแรก คอลัมน์พิเศษ จับกระแสโลกในรอบสัปดาห์
จับกระแสเศรษฐกิจโลกในรอบสัปดาห์
hwdVideoShare can not load until the following directory has been made writeable:
/home/itforsme/domains/economicthai.com/public_html/cache/hwdvsdefault
Ensure all your Joomla Cache Directory Permissions are writeable before attempting to use hwdVideoShare
จับกระแสเศรษฐกิจโลกในรอบสัปดาห์
วันศุกร์ที่ 09 พฤศจิกายน 2012 เวลา 10:36 น.
นักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์กแสดงปฏิกิริยาตอบกลับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯซ่ึงนายบารัค โอบามา มีชัยชนะเหนือ นายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกัน มีผลให้ได้น่ังเก้าอี้ประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง ด้วยการเทขายหุ้นร่วงกราวรูด มีผลทำให้ตลาดหุ้นท่ัวโลก รวมถึงไทยร่วงไปด้วย

."โอบามา"จรัสแสงอีกครั้ง

นายบารัค โอบามา กลับมาสร้างประวัติศาสตร์ให้กับพรรคเดโมแครตอีกครั้งเม่ือเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเม่ือวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ให้น่ังเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯต่อเป็นสมัยที่สอง ซ่ึงจะไปครบวาระในปี 2560 รวมระยะเวลาทั้งส้ิน 8 ปี นับแต่ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกเม่ือเดือน ม.ค.2552

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีนักวิเคราะห์ออกมาวิจารณ์กันมากว่า ภาระกิจแรกที่ประธานาธิบดีโอบามา จะต้องทำก็คือ การต่อสู้อย่างหนักกับสภาคองเกรสเพ่ือให้บรรลุข้อตกลงเร่ืองการขยายกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประ จำปีของรัฐบาลกลาง เพ่ือหลีกเลี่ยงภาวะง่อนแง่นบนหน้าผาที่นักวิเคราะห์ใช้คำว่า fiscal cliff ให้ได้ แม้จะในช่วงที่ดำ รงตำแหน่งสมัยแรก นายโอบามา จะได้พยายามต่อสู้อย่างหนักแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล

.ภาระกิจหนักอึ้งสมัยที่สอง

ความเสี่ยงจากการไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสภาคองเกรสได้ ในขณะที่คะแนนเสียงของรัฐบาลในสภาอยู่ในภาวะที่เรียกว่าเกือบจะก้ำก่ึงกันกับพรรคฝ่ายค้านคือ 52:48 ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า ฐานะการคลังของสหรัฐฯอาจถูกปรับลดเครดิตเรตต้ิงลงอีก หากสภาคองเกรสดึงเร่ืองออกไป

เหตุผลนี้ สร้างแรงกดดันให้นักลงทุนในตลาดหุ้นดาวโจนส์วิตกว่า รัฐบาลจะไม่สามารถใช้เงินเพ่ือการกอบกู้วิกฤติภาคการเงินที่ยังคงเปราะบางอยู่ แม้จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในปี 2551 มาแล้วก็ตาม มีผลทำให้ดัชนีหุ้น อุตสาหกรรมดาวโจนส์เม่ือวันพุธ ร่วงลง 312.95 จุด ลดลง 2.36% ปิดที่ 12,932.73 จุด ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ด่ิงลง 33.86 จุด ลดลง 2.37% ปิดที่ 1,394.53 จุด และดัชนีแนสแดกร่วง 74.64 จุด ลดลง 2.48% ปิดที่ 2,937.29 จุด

.จีดีพีสหรัฐฯขยายตัวเกินคาด

ก่อนการหย่อนบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่กี่วัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯประกาศว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือขยายตัวถึง 2% และโตจากไตรมาสก่อน 0.5% โดยส่วนหน่ึง เป็นผลมาจาการเพ่ิมงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล รวมไปถึงการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่กระเต้ืองขึ้นเช่นกัน

กรณีดังกล่าวน่าจะส่งผลให้คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโอบามาเพ่ิมขึ้น โดยเฉพาะเม่ือการขยายตัวของ จีดีพีดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯมีการฟ้ืนตัวอย่างย่ังยืน และต่อเน่ืองจากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

.มหาอำนาจยุโรปยังระส่ำ

สำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศมหาอำนาจทางฝ่ังยุโรป ปรากฏว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝร่ังเศส ได้ปรับลดการคาดการณ์การขยายตัวของจีดีพีในปีนี้ลงสู่ระดับ 0.2% พร้อมระบุสาเหตุที่ทำให้จีดีพีมีแนวโน้มขยายตัวลดลงดังกล่าวว่า เป็นผลมาจากภาวะซบเซาในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมการส่งออก ขณะที่การบริโภคภายในประเทศอ่อนแอลงเม่ือเทียบกับการคาดการณ์เบ้ืองต้นที่ระดับ 0.1 และ 0.2% ในช่วงก่อนหน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า สภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงดังกล่าว น่าจะเพ่ิมแรงกดดันให้รัฐบาลฝร่ังเศสต้องตระหนักถึงคำม่ันสัญญาที่ได้ให้ไว้ต่อประชาชนว่า จะเร่งรัดการฟ้ืนฟูเศรษฐกิจในปี 2556 ซ่ึงตั้งเป้าว่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ 0.8% แต่หลายฝ่ายก็ยังไม่เช่ือม่ัน เน่ืองจากรัฐบาลจำเป็นต้องปรับลดยอดการขาดดุลในงบประมาณรายจ่ายสูงถึง

.อังกฤษ รับผลพวงโอลิมปิก

สำหรับเยอรมนี กระทรวงเศรษฐกิจคาดการณ์ว่า จีดีพีในปีนี้ อาจลดลงเหลือแค่ 0.7% จากวิกฤติการเงินใน

สหภาพยุโรปโดยรวมที่ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ปี 2552 โดยก่อนหน้านี้จีดีพีเยอรมนีขยายตัว 4.2% และ 3%และใน ปี 2553 และ 2554 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 คาดว่า จีดีพีจะขยายตัวราว 1% ในขณะที่จีดีพีไตรมาสที่ 3 ของอังกฤษกลับขยายตัวสูงถึง 1% แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากงานเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60 ปีของสมเด็จพระราชินีในเดือน มิ.ย.และ ยอดการจำหน่ายตั๋วเข้าชมกีฬาโอลิมปิก

ส่วน เศรษฐกิจของกรีซ ซ่ึงยังคงเป็นปัญหาของชาติมหาอำนาจในยุโรป คาดว่า จีดีพีของกรีซในปีนี้จะหดตัวมากกว่า 7% เลวร้ายกว่าที่คณะกรรมาธิการยุโรปประเมินไว้ล่าสุดว่าจะติดลบ 4.7%

."สี จ้ิน ผิง"รับมอบอำนาจ

ในช่วงเวลาเดียวกันกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯนั้น ที่ประเทศจีน ก็มีการประชุมสภาแห่งชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 8 - 14 พ.ย. และในโอกาสนี้ ประธานาธิบดี หู จ่ิน เทา ในฐานะผู้นำพรรค ได้ทำพิธีส่งมอบอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินให้แก่ นายสี จ้ิน ผิง เข้ารับหน้าที่ประธานาธิบดีจีนคนใหม่ด้วย

ก่อนการส่งมอบอำนาจ นายหู ได้ประกาศเป้าหมายใหม่ในการผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน ด้วยการให้คำม่ันว่า จะเพ่ิมจีดีพีของจีน และรายได้เฉลี่ยต่อหัวให้ได้ 2 เท่าภายในปี 2563 หรือในอีก 8 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ จีน เป็นประเทศในลำดับที่ 90 ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF)ทำการสำรวจรายได้ต่อหัวของประ ชากรโดยรวมและพบว่า ชาวจีนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี 8,394 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 260,000 บาทต่อปี (31 บาทต่อดอลล่าร์) ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 84 ประชากรมีรายได้ต่อหัว 9,693 เหรียญ หรือราว 300,500 บาทต่อปี

."ไซ"ดังไปก้องโลกแล้ว

"ไซ" หรือ นายปาร์ค แจ ซัง นักร้องเพลงแร็ปเจ้าของเพลง"กังนัมสไตล์" และท่าเต้นสุดฮิตที่โด่งดังไปท่ัวโลก ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดให้ไปปรากฏตัวต่อนักศึกษา และ คณาจารย์ ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ ประกาศมอบรางวัลทรงเกียรติแก่เขาในฐานะผู้สร้างคุณประโยชน์ต่อวงการศิลปะของเกาหลีใต้ ที่ทำให้ชาวโลกรู้จักย่านกังนัมของเกาหลีใต้ "ไซ"กวาดรายได้จากอัลบัมนี้ไปกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯแล้วในขณะที่มีผู้เข้าชมคลิปของเขาในยูทูปถึง 654 ล้านครั้ง เป็นอันดับ 2 รองจาก จัสติน บีเบอร์ นักร้องวัยรุ่นชาวแคนาดา

 

เริ่มแรกย้อนกลับ12345678910ถัดไปสุดท้าย