หน้าแรก คอลัมน์พิเศษ จับกระแสโลกในรอบสัปดาห์
จับกระแสเศรษฐกิจโลกในรอบสัปดาห์
hwdVideoShare can not load until the following directory has been made writeable:
/home/itforsme/domains/economicthai.com/public_html/cache/hwdvsdefault
Ensure all your Joomla Cache Directory Permissions are writeable before attempting to use hwdVideoShare
จับกระแสเศรษฐกิจโลกในรอบสัปดาห์
วันพุธที่ 17 ตุลาคม 2012 เวลา 08:59 น.
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง ถือเป็นการปรับลดครั้งที่สองนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ทั้งยังเตือนว่าเศรษฐกิจโลกจะตกต่ำลงเป็นเวลายาวนานย่ิงขึ้น ถ้าหากผู้กำหนดนโยบายของสหภาพยุโรปและสหรัฐฯประสบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของตนเอง

.ไอเอ็มเอฟปรับลดเศรษฐกิจโลกนี้ 3.3%

ไอเอ็มเอฟ ระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกรอบครึ่งปี ว่า เศรษฐกิจโลกอาจเติบโตเพียง 3.3% ในปีนี้ ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดือนก.ค.ที่ 3.5% ตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดนี้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกอาจเติบโตในอัตราที่เชื่องช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 (2552) นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังคาดการณ์ด้วยว่า เศรษฐกิจโลกอาจเติบโตเร็วขึ้นในปีหน้าสู่ระดับ 3.6% แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนก.ค.ที่ 3.9%

สำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่ในมุมมองของไอเอ็มเอฟยังคงมีอัตราการเติบโตสูงเป็น 4 เท่าของประเทศพัฒนาแล้ว แต่ไอเอ็มเอฟปรับลดตัวเลขคาดการณ์สำหรับอินเดียและบราซิลอย่างรุนแรง โดยคาดว่าเศรษฐกิจบราซิลอาจเติบโตช้ากว่าสหรัฐฯในปีนี้

ไอเอ็มเอฟยังได้ปรับลดคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจญี่ปุ่นลงจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนก.ค.ว่าจะเติบโตที่ 2.4% ลงมาเหลือ 2.2% และคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจเติบโต 1.2% ในปีหน้า โดยปรับลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 1.5%

ส่วนเศรษฐกิจจีน ไอเอ็มเอฟเล็งว่ามีแนวโน้มเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป 7.8%ในปีนี้ และ 8.2% ในปีหน้า และประกาศเตือนประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียเผชิญกับความเสี่ยง ถ้าหากวิกฤติหนี้ยูโรโซนทวีความรุนแรงมากย่ิงขึ้น และถ้าหากสหรัฐไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะ fiscal cliff หรือ ภาวะที่มาตรการปรับขึ้นภาษีและปรับลดงบรายจ่ายขนาดใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐฯจะเร่ิมมีผลบังคับใช้ในต้นปีหน้า พร้อมกันนี้ไอเอ็มเอฟได้เรียกร้องให้กลุ่มประเทศร่ำรวยทั่วโลกเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วด้วย

.แนะกรีซ-สเปนปรับลดยอดขาดดุลงบ

นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ แสดงความเห็นว่า ประเทศที่ประสบปัญหาในยุโรปอย่างเช่นกรีซและสเปน ควรได้รับการต่อเวลาออกไปในการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณลงให้ได้ตามเป้าหมาย ภายหลังกรีซและสเปนเป็นจุดสนใจในวิกฤติหนี้ยูโรโซน โดยรัฐบาลสเปนมีแนวดน้มจะขอความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศในอนาคต หลังได้รับวงเงินช่วยเหลือ 100,000 ล้านยูโรสำหรับภาคธนาคารสเปนไปแล้วในเดือนมิ.ย. ส่วนกรีซกำลังประสบปัญหาในการทำตามโครงการปรับลดหนี้

นางลาการ์ด กล่าวว่า แทนที่จะเน้นการทำงานหนักในช่วงแรก บางทีอาจจะเป็นการดีกว่าถ้าหากมีการให้เวลาแก่ประเทศเหล่านี้นานย่ิงขึ้น เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์นี้และความจริงที่ว่าหลายประเทศดำเนินนโยบายชุดเดียวกันภายในเวลาเดียวกันเพื่อปรับลดบอดขาดดุลงบประมาณลง

.เอสแอนด์พีปรับลดความน่าเชื่อถือสเปน

สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือเอส แอนด์ พี สถาบันปรับอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของสเปนลงสู่ระดับที่อยู่สูงกว่าสถานะขยะเพียง 1 ขั้ั้นเท่านั้น โดยอยู่ในระดับ BBB- จาก BBB+ โดยระบุถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงซึ่งจะจำกัดทางเลือกในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลสเปน โดยเอส แอนด์ พ ระบุในแถลงการณ์ว่า สถาบันการเมืองสเปนมีความสามารถลดน้อยลงในการจัดการปัญหาร้ายแรงที่เกิดจากวิกฤติการเงินและเศรษฐกิจในปัจจุบัน

มีความเป็นไปได้ที่มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสซึ่งเป็นสถาบันปรับอันดับความน่าเชื่อถืออีกแห่งจะปรับลดความน่าเชื่อถือของสเปนลงในเร็วๆ นี้ด้วย โดยลำดับ BBB- ของเอส แอนด์ พี สอดคล้องกับ Baaa3 ของมูดี้ส์ที่จัดอันดับสเปนในปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าสถานะขยะเพียง 1 ขั้นเท่านั้น ส่วนฟิทซ์ เรทติ้ง จัดอันดับความน่าเชือถือสเปนไว้ที่ BBB ซึ่งอยู่สูงกว่าสถานะขยะ 2 ขั้น แต่กำหนดแนวโน้มเชิงลบสำหรับลำดับความน่าเชื่อถือของสเปนเช่นกัน

.อินเดียน่าลงทุนต่ำสุดในกลุ่ม BRIC

เอส แอนด์ พี ยังได้ออกมาเตือนอินเดีย ว่า ยังคงเผชิญความเสี่ยง 1 ใน 3 ที่จะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือภายใน 24 เดือนข้างหน้า แม้มีการผลักดันใหม่เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจที่เร่ิมดำเนินการในเดือนที่แล้วก็ตาม ถ้าตราบใดที่อินเดียยังมีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ซบเซา สภาวะต่างประเทศย่ำแย่ลง บรรยากาศทางการเมืองเลวร้ายลง หรือการปฏิรูปด้านการคลังล่าช้า

อันดับความน่าเชื่อถือของอินเดียที่ถูกเอส แอนด์ พี จัดอันดับขณะนี้อยู่ที่ BBB- ซึ่งสูงกว่าสถานะขยะอยู่ 14 ขั้นเช่นกัน และเป็นอันดับน่าลงทุนต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศ BRIC หรือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ซึ่งประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน

.จีนเพิ่มงบสร้างทางรถไฟกระตุ้นเศรษฐกิจ

กระทรวงการรถไฟของจีน เปิดเผยว่า จีนได้เพิ่มงบลงทุนด้านการสร้างทางรถไฟขึ้น 20,000 ล้านหยวน หรือ 3,200 ล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 630,000 ล้านหยวนในปีนี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มงบครั้งที่ 3 ในรอบปีนี้ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยการเพิ่มงบดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลจีนพยายามปกป้องเศรษฐกิจจีนจากปัญหาที่รุนแรงของเศรษฐกิจโลก ซึ่งรวมถึงการเร่งดำเนินโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานบางโครงการ ขณะที่ภาพรวมทั้งหมดรัฐบาลจีนได้อนุมัติโครงการทางรถไฟ 25 โครงการแล้ว ซึ่งอาจมีมูลค่ามากกว่า 700,000 ล้านหยวนตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีน

 

เริ่มแรกย้อนกลับ12345678910ถัดไปสุดท้าย