|
นักวิเคราะห์ทั้งไทยและเทศ ยังคงหลอกให้นักลงทุนท่ัวโลกเช่ือทุกๆไตรมาสหรือทุกๆ 3 เดือน ครั้งว่า สักวันธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) จะออกมาตรการ QE 3 แต่ทุกครั้งเม่ือประธานเฟดแถลงต่อสภาสูง ในข้อเท็จจริงกลับไม่ปรากฏว่า มีการประกาศคลอดมาตรการนี้ออกมาแต่อย่างใด
.เฟด ยันไม่ออก QE 3
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ตลาดหุ้นท่ัวโลกร่วงกราวรูดลงก่อนปิดทำการในสัปดาห์นี้ โดยนักวิเคราะห์ และโบรกเกอร์ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะนักลงทุนผิดหวังจากการที่เฟด ไม่ส่งสัญญาณว่าจะมีการนำมาตรการผ่อนคลาย เชิงปริมาณเงินรอบที่ 3 หรือ QE 3 ออกมา โดยเฉพาะในรายงานประจำ เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่เฟดได้ประกาศตรึงอัต ราดอกเบี้ยต่ำในระดับ 0 - 0.25% ต่อไป ขณะเดียวกันก็ต่ออายุมาตรการรีไฟแนนซ์พันธบัตรของรัฐบาลกลางในตลาดต่อไปจนถึงส้ินปี ในวงเงิน 267,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ทั้ง 2 มาตรการนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้จัดทำรายงานของเฟด ระบุว่า พวกเขายังไม่เห็นส่ิงบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า จำเป็นอย่างไรที่จะต้องออกมาตรการ QE 3 นอกจากนี้แล้ว พวกเขายังระบุด้วยว่า เฟดมีความระมัดระวังยอ่างมากเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ และเปิดช่องสำหรับการทำ QE 3 ไว้ แต่ยังไม่ใช่ในขณะนี้ และแน่นอนว่า ในการแถลงนโยบายการเงินต่อสภาคองเกรสของ นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด ก็จะไม่มีเร่ืองนี้ด้วย
.ราคาทองคำร่วงต่อเน่ือง
ราคาทองคำในตลาดสปอต ร่วงลงหลุดระดับ 1,570 เหรียญต่อออนซ์ ไปอยู่ที่ 1,563 เหรียญ หลังจากที่รับทราบรายงานเศรษฐกิจประจำเดือน ของ เฟดที่จะยังไม่ใช่มาตรการ QE 3 เพ่ือกระตุ้นทางการเงินในตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลกเพ่ิมเติม จนกว่าภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯจะย่ำแย่ลงจริง แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯในไตรมาสแรกของปีจะขยายตัวเพียง 1.9% ก็ตาม
เครดิต สวิส ได้ปรับลดการคาดการณ์ของราคาทองคำในปีนี้ลงสู่ระดับ 1,680 เหรียญต่อออนซ์อีก จากเดิมที่คาดว่าจะเคล่ือนไหวอยู่ที่ 1,765 เหรียญ โดยความวิตกกังวลที่เพ่ิมมากขึ้นนี้ มาจากภาวะเงินฝืด และแนวโน้มเศรษฐ กิจโลกที่ถดถอยลง มีผลทำให้ราคาทองคำปรับตัวย่ำแย่ลงตาม เช่นเดียวกัยสินทรัพย์ อ่ืนๆ โดยเฉพาะหุ้น ยาง ดีบุก และเงิน เป็นต้น
.จีน ยัน จีดีพี ไม่ให้ถอยแรง
นายหยู ปิง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิมหภาคของศูนย์วิจัยด้านการพัฒนา ของ จีน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนอาจขยายตัว 7.5% ในไตรมาสที่ 2 และเกือบ 8% ในช่วงคร่ึงแรกของปีนี้ อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ สำรวจพบว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกน่าจะขยายตัวได้ถึง 8.1% หลังจากที่ธนาคารกลางของจีนได้สร้างความประหลาดใจด้วยการปรับลดดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือนเพ่ือพยายามชะลอไม่ให้การถดถอยของเศรษฐกิจจีนลงเร็วเกินไปจนกระแทกกับพ้ืน หลังจากที่จีดีพีของจีนขยายตัวช่วง 10 กว่าปีมานี้ด้วยอัตราเฉลี่ย 11% ต่อปีมาโดยตลอด
นอกจากนี้ ยังปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงอีก 3 ครั้งๆละ 0.50% มีผลทำให้ภาคการธนาคารมีเงินราว 1.2 ล้านล้านหยวนเพ่ือการปล่อยกู้ และการสร้างสภาพคล่องในตลาด
.ไอเอ็มเอฟ เตือน ไทย
นางคริสตีน ลาการ์ด ผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) เดินทางมาร่วมประชุมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย(BOT) โดยกล่าวว่า ไอเอ็มเอฟคาดว่า เศรษฐกิจไทยจะฟ้ืนตัวดีขึ้นอย่างมากในปีนี้ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่เม่ือปีที่แล้ว โดยจีดีพีไทยในปีนี้ น่าจะขยายตัวที่ระดับ 5% ส่วนปีหน้าจะขยายตัวในระ ดับ 7% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ ลดลงจากที่ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ไว้ เน่ืองจากไทยต้องพ่ึงพาการส่งออกเป็นสำคัญ ทำ ให้การส่งออกไทยไปตลาดสำคัญในยุโรป และสหรัฐฯลดลง จีดีพีใหม่จึงต่ำลงจากที่คาดว่าปีนี้จะขยายตัว 5.5% และปีหน้า 7.5%
.มูดี้ส์ ให้เครดิตแบงก์ไทย
ขณะที่ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ระบุ แนวโน้มอันดับความน่าเช่ือถือสำหรับระบบธนาคารไทย ในช่วง 12 - 18 เดือนข้างหน้าได้ปัจจัยหนุนจากมุมมองของมูดี้ส์ที่ว่า การฟ้ืนฟูประเทศ และการเพ่ิมสต็อคสินค้า จะทำให้เกิดการฟ้ืนตัวของกำลังการผลิตกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง จากบททดสอบภาวะวิกฤติพบว่า ภาคธนาคารของไทยมีความยืด หยุ่นทางการเงินเพียงพอ และมีเสถียรภาพมากพอที่จะรองรับภาวะถดถอยลงอย่างมากของคุณภาพสินทรัพย์
เช่นเดียวกับการระดมทุน และสภาพคล่องโดยรวมของระบบธนาคารของไทย ก็มีเสถียรภาพเช่นกัน โดยสิน ทรัพย์ที่มีสภาพคล่องคิดเป็นสัดส่วน 30% ของสินทรัพย์ทั้งหมด ขณะที่เงินฝากของลูกค้าคิดเป็น 75% ของการระดมทุนทั้งหมด ส่วนสัดส่วนของเงินกู้ต่อเงินฝากโดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับค่อนข้างสูงถึง 122% ณ ส้ินปี 54
มูดี้ส์ ยังเห็นว่า ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิจะเผชิญแรงกดดันอันเป็นผลจากการแข่งขันเพ่ือชิงเงินฝากซ่ึงจะทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพ่ิมขึ้น จึงมีโอกาสสูงที่ดอกเบี้ยเงินกู้ในภาคที่มีความต้องการมากที่สุด รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ จะปรับตัวสูงขึ้นทดแทนกัน
.บริษัท จีน ม่ังค่ังที่สุดในโลก
ฟอร์จูน เผยผลการจัดอันดับ บริษัทที่มีรายได้สูงสุดประจำปี 54 เม่ือวันที่ 10 ก.ค.พบว่า บริษัท รอยัล ดัตช์ เชลล์ บริษัทน้ำมันรายใหญ่่ที่สุดของยุโรป มีรายได้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของโลก โดยมีรายได้รวมกว่า 484,500 ล้าน เหรียญ เพ่ิมขึ้นถึง 28% ส่วน ห้างวอลล์มาร์ท เจ้าของกิจการค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซ่ึงครองอันดับ 1 ติด ต่อกัน 2 ปีก่อน ตกไปอยู่ในอันดับ 2 มีรายได้ราว 458,000 ล้านเหรียญ ใกล้เคียงกับ บริษัท เอ็กซอน โมบิล สหรัฐฯ ที่มีรายได้ 452,000 ล้านเหรียญ
สำหรับอันดับที่ 4 - 10 ได้แก่ บริษัทน้ำมัน บีพี จาก อังกฤษ , กลุ่มทุน ซินโนเปค จาก จีน ,กิจการขุดเจาะน้ำมันยักษ์ใหญ่ ไชน่า แนชนัล ปิโตรเลี่ยม , บริษัท สเตทกริด โรงไฟฟ้า ของ รัฐบาลจีน, บริษัทน้ำมัน เชฟรอน ของ สหรัฐฯ, บริษัท โคโนโคฟิลิปส์ โรงกล่ันใหญ่ ของ สหรัฐฯ และ บริษัท โตโยโต้า มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์ จาก ญี่ปุ่น
จีนยังทำลายสถิติญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่มีบริษัทประสบความสำเร็จทางธุรกิจจนติดอันดับฟอร์จูนได้เป็นครั้งแรกด้วย โดยมีบริษัทสัญชาติจีนถึง 73 แห่ง ขณะที่มีบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นติดอันดับเพียง 68 แห่ง สำหรับ ไทย มี บมจ.ปตท. ติดอันดับที่ 95 มีรายได้ 79,690 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 33% และมีกำไร 3,456 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 31.9%
.เปลี่ยนโทรศัพท์สาธารณะเป็นจุดฟรี ไวไฟ
โทรศัพท์สาธารณะในหลายประเทศกำลังจะไร้ค่าเมื่อโทรศัพท์มือถือเข้ามาแทนที่ แต่ที่ นิวยอร์ก เกิดไอเดีย ที่ยังคงเห็นคุณค่าของมันนำร่องติดตั้งสัญญาณไวไฟ (Wi-fi hotspot) บนบูทโทรศัพท์สาธารณะเพื่อให้บริการฟรีแก่ประ ชาชน นำร่องก่อน 12,000 จุด
สื่ออเมริกันรายงานว่า ขณะนี้ บริเวณที่ให้บริการโทรศัพท์สาธารณะของมหานคร นิวยอร์ก มีการการติดตั้งสัญ ญาณ ไวไฟฟรีคลุมพื้นที่ 5 ย่านดัง อย่าง แมนฮัตตัน, บรูคลิน และ ควีนส์ และจะขยายไปยัง บรอนซ์ และ สตาเทน ไอสแลนด์ ต่อไป ซึ่งเริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันพุธที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา
สำนักงานไอซีทีของมหานครนิวยอร์ก ยังอยู่ระหว่างร่วมงานกับบริษัทเอเยนซีโฆษณา เพื่อหารายได้จากการติดป้ายโฆษณาบนบูทตู้โทรศัพท์สาธารณะ มาหมุนเวียนในการให้บริการ ซึ่งรัศมีให้บริการไวไฟฟรีนั้นอยู่ระหว่าง 100 -200 ฟุตรอบบูท โดยชื่อเครือข่ายที่ให้บริการจะระบุว่าเป็น "Free Wi-Fi" หรือ "NYC Free Public Wi-Fi" เมื่อผู้ใช้เปิดโปรแกรม browser แล้วคลิกยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน ก็จะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลความเร็วในการให้บริการขณะนี้ มีเพียงคำยืนยันว่า ผู้ใช้จะไม่เห็นโฆษณา ในระยะเวลาทดสอบบริการ ซึ่งไม่มีข้อมูลว่าการทดสอบจะสิ้นสุดเมื่อใด
.มะกัน ร้อนสุดในรอบ 117 ปีเฉียดๆ 50 องศาแล้ว
สำนักงานสมุทรศาสตร์และสภาพอากาศสหรัฐฯ หรือ NOAA เปิดเผยถึงสภาพอากาศอันย่ำแย่ที่ชาวอเมริกันกำลังเผชิญอยู่ ว่าตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน 2012 สหรัฐอเมริกาตกอยู่ในวิกฤตของสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ และได้ทำลายสถิติด้านอุณหภูมิที่เคยบันทึกไว้ในปี 1895 หรือ 117 ปีไปเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ชาวมะกันบางพื้นที่ต้องทนอยู่กับอุณภูมิที่สูงเฉียด 50 องศากันแล้ว โดยเฉพาะที่เมือง เซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 46 องศาเซลเซียส ขณะที่เด็กทารกวัยเพียง 4 เดือนในรัฐอินเดียนา ต้องเสียชีวิตหลังถูกปล่อยทิ้งไว้ในรถที่จอดอยู่นอกบ้านท่ามกลางอุณหภูมิสูง กว่า 38 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 10 คนอยู่ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดของสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในรายงานล่าสุดระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 42 ราย |