"วรวิทย์" เผยล่าสุดไฟเขียวลูกค้าไม่ต้องจ่ายหนี้แล้ว 48,000 ราย จากผู้ยื่นทั้งหมด 55,000 ราย มั่นใจอนุมัติครบทุกคนที่ขอภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมเตรียมวงเงินปล่อยกู้ซ่อมแซมบ้านอีก 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำ 2% คงที่ 5 ปี
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างรุนแรงในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งล่าสุดธนาคารได้มาตรการลดภาระหนี้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2 แนวทางคือ 1.กรณีลูกค้าเดิมของ ธอส.ที่ ได้รับผลกระทบ จะผ่อนปรนการผ่อนชำระหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน โดยจะยกเว้นเงินต้นและดอกเบี้ย กรณีได้รับผลกระทบรุนแรงจะพิจารณาผ่อนปรนฯ ต่อให้อีกไม่เกิน 6 เดือนรวมแล้วไม่เกิน 12 เดือน โดยจะพิจารณาตามระดับความเสียหาย ส่วนลูกค้าที่มีที่อยู่อาศัยพังเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถ อยู่อาศัยได้จะได้รับการปลดภาระหนี้ตามยอดหนี้คงเหลือในส่วนของอาคารโดยผู้ กู้ผ่อนชำระหนี้ในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น
และ2. ลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อสร้างและซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลดแล้ว ธนาคารได้เสนออัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษ 2% นาน 5 ปี กรณีมีหลักประกัน จะได้รับวงเงินให้กู้ 100% ของราคาประเมิน ให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยตามประกาศธนาคาร ส่วนกรณีไม่มีหลักประกันให้กู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย คงที่ 4% ต่อ ปี นาน 5 ปี และต้องมีบุคคลผู้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15% ของวงเงินกู้ ค้ำประกัน นับเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุดในระบบของธนาคารพาณิชย์ในขณะนี้
"สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มดีขึ้น จึงเริ่มมีลูกค้าของเราติดต่อขอเข้าร่วมโครงการยกเว้นเงินต้นและดอกเบี้ย 0% มากขึ้น โดยมียอดขอเข้าร่วมโครงการแล้ว 550,000 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อประมาณ 35,000 ล้านบาทจากการประเมินเบื้องต้นว่า จะมีลูกค้าของธนาคารได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ประมาณ 80,000 ราย วงเงินสินเชื่อประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุด ธนาคารได้อนุมัติให้ลูกค้าผ่อนปรนชำระค่างวดไปแล้ว ทั้งสิ้น 48,000 ราย และมั่นใจว่าภายในสิ้นเดือนธ.ค.นี้ ธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้ทั้งหมด"
นายวรวิทย์ กล่าวว่า จำนวนลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ 55,000 ราย วงเงินสินเชื่อ 35,000 ล้านบาทนั้น จะทำให้รายได้ของธนาคารหายไปประมาณเดือนละ 190 ล้านบาท และหากนับรวมตลอด 6 เดือนคาดว่า จะสูญเสียรายได้ประมาณ 900 ล้าน บาท ซึ่งถือเป็นเม็ดจำนวนเงินมหาศาลที่ต้องสูญเสียไปก็ตาม แต่ยอมรับว่า เป็นสิ่งที่ ธอส.ต้องเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าของธนาคาร เพราะที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรง ชีวิต หากขาดที่อยู่อาศัยไปแล้ว โอกาสที่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจะฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ยิ่งยากมาก ขึ้น
นายวรวิทย์ กล่าวว่า ลูกค้าแต่ละรายจะได้รับเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปตามความเสียหายที่เกิดขึ้น จริงเช่น กรณี น้ำท่วมเข้าตัวบ้านสูงระดับหัวเข่า อาจได้รับการยกเว้นเงินต้นและดอกเบี้ย 0% นาน 3 หรือ 4 เดือนขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่หากน้ำท่วมหนัก เช่น จมทั้งหลัง ธอส.ก็ให้เต็มๆ คือ 6 เดือน เช่น บ้านชั้นเดียว หรือทาว์เฮาส์ชั้นเดียว เป็นต้น แต่หากท่วมเพียงเล็กน้อยจะขอรับสิทธิ์ 0% นาน 6 เดือนก็คงไม่ได้
"ผมขอยืนยันว่า ในช่วงที่ลูกค้าเข้าร่วมมาตรการของธนาคาร ลูกค้าไม่ต้องส่งเงินต้นและดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียว และที่สำคัญ ธนาคารจะไม่บวกเพิ่มเงินต้นหรือดอกเบี้ยโดยเอาไปรวมกับยอดสินเชื่อวงใหญ่ที่ ค้างอยู่กับธนาคาร เมื่อเข้าสู่กระบวนการการผ่อนชำระหนี้ตามปกติ เหมือนกับธนาคารพาณิชย์เอกชนบางแห่ง โดยภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ธอส.จะเป็นผู้รับภาระไว้เองทั้งหมด"
ส่วน กรณีที่ลูกค้าของ ธอส.เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หรือมีหนี้ติดค้างอยู่กับแต่ยังไม่เป็นเอ็นพีแอล ต้องนำเงินมาชำระหนี้เก่าให้หมดก่อนถึงจะเข้าร่วมโครงการได้ เช่น น้ำท่วมบ้านวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาเงิน งวดของเดือนต.ค. ที่จะครบกำหนดจ่ายในวันที่ 31 ต.ค. หรือในช่วงต้นเดือนพ.ย. ลูกค้าต้องนำเงินมาชำระค่างวดในเดือนนั้นก่อนเพื่อเคลียร์บัญชี ไม่ให้หนี้ติดค้างระหว่างกัน โดยในเดือนถัดไป ซึ่งในทางบัญชีจะถือเป็นเดือนแรก อาจจะเป็นเดือนพ.ย.หรือเดือนธ.ค.ก็ไม่ต้องมาชำระค่าบ้านอีกแล้ว จนกว่าจะครบข้อตกลงที่ทำไว้ธนาคาร
ส่วนมาตรการที่ 2 คือ สินเชื่อซ่อมบ้านนั้น คาดว่าจะมีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้นในช่วงปีใหม่ หลังจากที่น้ำลดและเจ้าของบ้านสำรวจความเสียหายแล้ว โดยคาดว่า จะมีความต้องการสินเชื่อประมาณ 20% ของวงเงินสิน เชื่อจากมาตรการแรก ซึ่งขณะนี้ ธนาคารได้เตรียมวงเงินสินเชื่อประมาณ 10,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2% คงที่นาน 5 ปี กรณีที่เป็นลูกค้าเก่า ส่วนลูกค้าใหม่ที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูที่อยู่อาศัยก็สามารถขอได้ โดยลูกค้าที่ไม่มีหลักทรัพย์มาค้ำประกันนั้น ทางธนาคารจะให้กู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 4% คงที่นาน 5 ปีและสำหรับลูกค้าใหม่ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันนั้นจะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 2% คงที่ 5 ปี โดย ธอส.ยอมแบก รับภาระดอกเบี้ยแทนลูกค้าอีกประมาณ 4%
วรวิทย์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ธอส.เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น ผลประโยชย์หรืออัตรากำไรของธนาคารจึงไม่ใช่วัตถุประสงค์หลัก โดยในปีนี้ ธอส.คาดว่า จะมีกำไรจากผลการดำเนินงานประมาณ 6,700 ล้านบาท และหากนับรวมมาตรการต่างๆ ที่ช่วยเหลือลูกค้าประสบภัยน้ำท่วมแล้ว กำไรของ ธอส.ทะลุเกิน 7,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน |